General Discussion > Siam Subaru Society Forum
พูดคุยเกี่ยวกับชีวิตการทำงานหน่อยครับผม
Tabuu:
เฮ้ยยย ขอมาขยายความจากที่เล่ามาก่อนนี้ บ้าง เดี๋ยวจะไม่อินเทรนเท่า เสือดำ กะ บอสม่า
................
เริ่มจากตอนใกล้เรียนจบ กับสถาบันที่ไปแข่งใครเค้าสมัครงานก็แพ้ เพื่อนๆ ก็เริ่มจะหางาน ไอ่เราก็ต้องหางานบ้าง จะหวังเรื่องทำงานกะที่บ้าน ธุรกิจที่บ้าน หันไปก็ไม่มี
ไม่ได้มีธุรกิจไว้รองรับ เหมือนเพื่อนๆ คนอื่นเค้า เลยต้องดิ้นรนหาเอาเอง พ่อแม่ตั้งความหวังเต็มที่ เมิงมารับราชการซะดีๆ
ด้วยเพราะที่บ้านเป็นครูกันทั้งบ้าน ตั้งแต่ปู่ย่า ยันพ่อแม่ เลยต้องหวังว่าเราจะเอากะเขาด้วย แต่ๆๆๆ เราไม่เอาด้วย ทีนี้ล่ะ โดนเหน็บละ เอาซิ แล้วเมิงจะรู้ ทำๆไปเข้าก็ไล่มึงออก
อยู่ราชการดีๆ ไม่เอารึ สบาย สวัสดิการเพียบ เอ่อ ก็จิงๆ แต่มันไม่รวย ยิ่งเป็นครู หูยยย กว่าจะรวย เมื่อไหร่ล่ะนี่ ตอนเด็กยังช่วยพ่อลุยเข้าดงข้าวโพด
ตัดข้าวโพดมาเลี้ยงวัวที่บ้านอยู่เลย
ไม่เอาๆ ไม่ไหวๆๆ ไม่อยากเลี้ยงวัวแล้ว เลยตั้งมั่น จะเป็นเจ้าของกิจการให้ได้ ทำอะไรดีล่ะ คิดไม่ออก แต่ไม่อยากทำงานซ้ำๆ น่าเบื่อๆ รอรับเงินเดือนไปวันๆ
นึกออกได้ก็คือ Sales กรูไปเป็น sales ดีกว่า ได้เงินเดือน ได้คอมมิชชั่น ค่าน้ำมัน โอ๊ยยย สบายละกรู
ไปสมัครงาน ได้ทำงานที่ที่เคยเล่ามาก่อนหน้านี้ อาเจ๊เจ้าของบอกมา เธอต้องมีรถนะ ต้องออกไปหาลูกค้า เอ้าาา ได้ มี เรามีรถ รถกระบะ อีซูซุมังกรทอง ไปหาลูกค้าได้ สบายยย
ได้เงินเดือน 11,500 ขายของได้ถึงจะได้คอมมิชชั่น โอ้ยยย สบายเดี๋ยวก็ได้ขายได้ ค่าคอมบานตะไท
ทำไปอยู่หลายเดือน โดนด่าอยู่หลายเดือน กว่าจะตั้งหลักได้ คอมมิชชั่นก้ยังไม่ได้ พอเริ่มขายได้ เอ้าทำไมๆๆ กรูยังไม่ได้ค่าคอม มาถึงบางอ้อ
ว่าเขาระบุไว้ว่ามึงต้องขายได้ถึงเป้า และกำไรได้ตามที่กำหนด ถึงจะได้ค่าคอม เอ่ออออ แล้วที่มึงเก็บตังลูกค้าได้แล้ว กำไรมึงก็ได้แล้ว
ใจคอมึงจะไม่ให้กรูเลยเรอะ ปีแรก เป้า 15 ล้าน ก้มหน้ารับชะตาชีวิตต่อไป เอาวะๆๆ กรูต้องทำได้ซิ ลองดูซักตั้ง
รับเงินเดือน 11,500 มาได้เกือบปี ยังไม่ได้ค่าคอม เช่าห้องหมดละ 3000 และ คอยซ่อมมังกรทองเก่าๆ ของเราอีก กินอยู่จิปาถะ สรุปคือเดือนชนเดือน
วันนึงระหว่างขับรถไปหาลูกค้า ... แกร๊กกกกๆๆๆๆๆ ชิบหาย อะไรวะ รถกรูเป็นไรฟระ ตังก็ไม่มีซ่อม เวรละกรู
ลากซิครับ ลากไปอู่ อีก 3 วันมาดู เกียร์ไม่มีเฟืองละครับ กลมมาเชียว ต้องเปลี่ยนเกียร์ หรือ โอเวอฮอล โดนไป หมื่อนก่าบาท สบายแฮ
มานั่งคิดต่อ เปลี่ยนรถดีก่าม้างงง เอาที่มันใหม่กว่านี้ เดิมรถปี 90 เอาซัก 95-96 แล้วยังพอผ่อนไหว ก่าน่าจะดี คงซ่อมน้อยกว่านี้ เอาเลย
ขายกระบะ เทิร์นแอคคอร์ด ไฟ 2 ก้อน โอ้ อย่างโก้ แต่ๆๆ ความบรรลัยกำลังมาเยือนในไม่ช้านี้ครับ
เดี๋ยวมาเล่าต่อ...
Bossma:
ตอนนั้นคิดแค่ว่าเราโชคดีมากแล้ว เราเริ่มก่อตั้งบริษัทส่วนเค้าเป็นคนจัดหางาน ผมเริ่มสานสัมพันกับเค้าอย่างเต็มสูบ ตอนนั้นทำทัวคอนเสิร์ตแกรมมี่ทั่วประเทศ ด้วยตำแหน่งหัวหน้าระบบ เค้าก็เริ่มจีบเริ่มแทะๆ ตอนนั้นผมใช้อีคาร์อยู่สีแดง ใส่ชุดแต่งโบแมก วิ่งสุดๆ170 แรงโคตร ในโลกนี้เราคิดว่าอีคาร์แรงสุดแล้ว 5555 หลังจากเค้าเลิกงานจากออฟฟิตเซ็นทรัลเวิรดห้าโมงเย็น ผมจะขับรถแรงคู่ใจมารับเค้าทุกวัน แล้วเค้าจะพูดแซวตลอดว่า เค้าเห้นรถต้นมาแต่ไกล จำได้เลย *จานบิน* ในใจเราก้คิดนะว่า ชมหรือด่าว่ะ แต่ช่างเถอะ ตอนนั้นคิดสองอย่างคือ รถสวย แฟนสวย จบ แต่เรื่องรถมีวันนึง ผมไปงานสุรนารีเกมส์ที่โคราช ขับรถแรงคู่ใจไปกับน้องในออฟฟิต ช่วงลำตะคองมองกระจกท้าย เฮ้ย รถอะไรว่ะวิ่งตามแต่ไกล แปปเดียวแซงเราแล้ว บอดี้ก็คล้ายรถเรา ทำไมแรงจังว่ะ น้งนั่งข้างๆหันมายิ้มแล้วบอกว่า พี่แกล้งโง่ประเนี่ย ขับอีคาร์ปลากระแลน แต่ไม่รู้จัก *อิมเพรสซ่า* ไรว่ะอิมเพลสซ่า โห่พี่ขับสี่ล้อเครื่อง2000เทอร์โบ วิ่ง230นิ่มๆเอาแล้วไงงานเข้ากูล่ะ มีรถแรงกว่ากูอีก และนี่คือจุดเริ่มต้นของความรัก*อิมเพรสซ่า*กลับจากโคราชเลยเริ่มหาข้อมูลรถคันนี้ บอกได้คำเดียวโอ้ว รถอย่างเน่าปีอย่างเก่า แต่500000ขึ้น :bbbear_40:
Bossma:
ย้อนมาช่วงที่กำลังคบกับแฟนคนล่าสุด และปัจจุบัน ซึ่งพี่ๆน้องๆในนี้น่าจะรู้ดี ผมเริ่มกับเค้าและได้เค้าเป็นแรงบังดาลใจหลายๆอย่าง เค้าโตและแก่กว่าผม2ปี เค้าเป้นคนน่ารักและขยัน เป็นมือขวาคนสนิทของดาราดังคนนึง ตอนนั้นผมเริ่มมองเห็นอนาคตตัวล่ะว่า *ถ้าเรามีอุปกรณืเอง และเค้าหางานมา เราสบายแน่* ผมเลยเดิมเต็มสูบกับงานที่ทำตอนนั้นเป้นหัวหน้า แต่ก็เริ่มตอดงานมากิน%เค้าก็ช่วยหางานมาเรื่อยๆ เริ่มเก็บเงิน เริ่มวางแผนงาน จนมาถึงวันที่ต้องออกจากบริษัทตัวเองเพื่อมาตั้งบริษัทของตัวเอง ยอมรับนะครับช่วงแรกกำไรดีมาก เดือนนึงกำไรเป็นล้าน ซื้อรถเป็นว่าเล่น ช่วงนั้นผมรับงานเยอะมากเพราะแฟนหางานเก่ง จนตั้งตัวเองได้เรื่อยๆ ลงทุนหนักเรื่อยๆ จนวันนึงบริษัทเริ่มแย่ ด้วยความห้าวก้าวกระโดดของผม ผมไปจับงานใหญ่มากงบจัดงาน 7 ล้านกว่า ด้วยความที่ว่า งานนี้เราได้ชัว เลยลงทุนครั้งใหญ่ด้วยเงินตัวเองทั้งหมด 14ล้าน แบ่งจ่ายสองงวด ตีเช๊คล่วงหน้า วันรับของเราจ่ายไปล่ะครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งตั้งใจว่า จบงานนี้เราจะเครียเลยไม่รอดิว เพราะจะได้เอาของอีกชุดมาลง เท่านั้นแหละครับ งานยกเลิกด้วยเหตุผลการเมืองรุนแรงเรื่องสีเสื้อ งานอีแวนในกรุงเทพถูกยกเลิกหมด ผมแทบช๊อค เงินทุน7ล้านที่จ่ายไปหมด แถมต้องหาเงินมาจ่ายงวดหลังอีก ขีวิตตอนนั้นหน้ามืดสุดๆ แต่ด้วยสติของเราและความคิดแบบกว้างๆของแฟนเราตอนนั้น เค้าให้กำลังดีมาก เคาเลยอาสาเจรจางวดที่สองให้ว่า ขอเปลี่ยนเช๊คจาก7ล้านงวดสุดท้ายเป้น ผ่อนชำระเป็นงวด1ปี ทางบริษัทผู้ขายเค้าโอเคตกลงตามนั้นเพราะเห็นว่าเราไม่เคยเสียเครดิต แล้วแฟนผมพยามปลอบใจผมสั้นๆว่า ของที่ซื้อมางานนี้ไม่ได้ใช้ แต่งานหน้าเราก็ได้ใช้ เพราะมันเป้นของต้นแล้วนิ
Bossma:
จนตั้งแต่นั้นมา ผมก็เริ่มเดินต่อ สู้มาเรื่อย ทุกวันนี้ยอมรับว่าแย่หน่อยเพราะผลกระทบทางการเมืองที่กำลังจะเกิด งานน้อย ลูกค้าไม่กล้าจัดงาน งานราชการก็แบ่งเค๊กกันสนุก ส่วนต่างมากกว่าการว่าจ้าง ทุกวันนี้รายจ่ายตายตัวต่อเดือนก็ครึ่งล้าน ขาดทุนบ้าง กำไรบ้างสลับกันไป
ทุกวันนี้ผมอยู๋ด้วยกำลังตัวเองที่ว่า กูเริ่มจาก0 และถีบตัวเองมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าบุญ จบแค่ ปวส ปัญหามีไว้ให้แก้พอมันผ่านช่วงนี้ไปได้ อนาคตลูกเมียครอบครัวกูต้งสบายอย่างแน่นอน *อย่างน้อยอนาคตลูกเราก็ไม่ต้องไม่เดินหางานทำแบบเรา *
ขอบคุณนะครับท่านที่ติดตามอ่าน อาจจะฟังดูเน่าๆ แต่ผมเชื่อว่าถ้าใครอยู่จุดเดียวกับผมตอนนี้จะรู้ว่า *เหนื่อย*
BOMBER_IMP:
พี่ต้นหล่อโคตร......ขอคาราวะซักสองจอก
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว
Go to full version