General Discussion > Siam Subaru Society Forum

พูดคุยเกี่ยวกับชีวิตการทำงานหน่อยครับผม

<< < (9/29) > >>

TURBO-Plus:
เห็นแต่ล่ะท่านเล่ามา น่าอิจฉาจัง ของผมไม่มีอะไรจะเล่าเลย :bbbear_27:

---น้ำตาเสือดำ---:
แต่ ไม่ได้ฟ้องครับ   

ผมไปบอกพี่หัวหน้าห้องฉุกเฉิน  พี่ครับ หามาไว้หน่อยนะ  เผื่อได้ใช้   เค้าบอกผมว่า หมอไม่ใส่กันมานานแล้ว

แล้วรพ.ใกล้ รพ.จังหวัด เลยส่งอย่างเดียว ไม่ใส่กัน.....จนวันนี้ไม่รู้หาไว้ยัง

อยู่ๆไป ก้อ เบื่อ ๆ ไป ตรวจคนไข้ ซ้ำๆๆๆ   ออกไปชันสูตร ศพ  รถชน  จมน้ำ แขวนคอ ไหลตาย    ...สารพัดจะตาย

อยู่เวร   กลางวันกิน ก๋วยจั๊บญวน เย็นกินข้าวตามสั่งหน้า รพ.  วนไปเวียนมา 

เอาวะ ผมโทรหา รุ่นพี่ ที่ รพ.แห่งนึง    พี่ ผมอยากไปเรียน......ศัลยกรรม .....   เออ ดี วันไหนว่างเข้ามาคุย กะอาจารย์ พี่จะพาไป


จากนั้น ผมก้อขอลางาน เพื่อ เข้ากทม. ขี่เรือบิน  ยังจำได้ ว่าเช้าวันที่ไปรอขึ้นเครื่อง เจอ วง บิ๊กแอส รอขึ้นเครื่องอยู่เหมือนกัน ...

ลงเครื่องก้อ จับแท๊กซี่ ไปรพ.  ... รุ่นพี่ ที่ตอนนั้น เป็น young staff พาไปหาอ.หัวหน้างาน

อ้าวว่าไง?   

..ผมจะขอมาเรียนต่อครับ ..

อืมมมม  คนสมัครเยอะนะปีนี้   คุณสมบัติก้อ น้อยกว่าเขา (ผมใช้ทุนมาไม่ครบ)   แล้วถ้าไม่ได้เรียนล่ะ

..ไม่เป็นไรครับ กลับไปใช้ทุนต่อครับ ปีหน้าฟ้าใหม่ผมจะมาสมัครอีก

อืมม  เดี๋ยว มาสัมภาษณ์ไว้ก่อนนะ เอาเบอร์ทิ้งไว้ ผมจะโทรแจ้ง มาสัมภาษณ์..

..ครับ    อารายวะ  แค่เนี้ย อุตส่าห์ แลกเวร ขี่เครื่องบินมา เท่าเเนี้ยยยคุยเท่าเนี้ยยยยย :bbbear_1:

ผมก้อกลับ ไปใช้ชีวิต วนๆๆๆ แบบเดิม ขากลับไม่เจอ วง นักร้องอะไรแฮ๊ะ...

ไม่นาน ก้อ โทรตามผม ไปสัมภาษณ์     ลักษณะ ก้อ อาจารย์หมอ ห้าคน รุม ถามนู้นนี่นั้น ถามสารพัด แม้กระทั่ง ดูบอลป่าว เชียร์ลิเวอร์พูล

หรือ แมน ยู    มีเมียหรือยัง ตั้งใจจะมีตอนมาเรียนป่าว  เที่ยวมั๊ย กินเหล้าป่าว ......อาจดู ติ๊งต๊อง  แต่ มีนัย ทุกคำถามครับ



เด่วมาต่อครับ

Choke gf:

--- อ้างจาก: TURBO-Plus ที่ กรกฎาคม 19, 2012, 07:25:37 pm ---เห็นแต่ล่ะท่านเล่ามา น่าอิจฉาจัง ของผมไม่มีอะไรจะเล่าเลย :bbbear_27:

--- End quote ---
เหมือนกัลเลย อายจัง :bbbear_23:

สรุปicd มันคือโบล ออฟ ใช่บ่ แบบคายทิ้งซะด้วย

ปล.ดีนะที่ไม่เจอ แบงค์วงแคลชเซ็งห่านเลย555

Bossma:
มา เห็นเล่ากันเยอะแล้ว ผมขอถ่ายทอดมั่ง อาจจะเน่าหน่อย แต่นี่แหละผม

เกิดมาเป็นเด็กบ้านนอกชาวไร่ส้มคนนึง แต่อยู๋กับพ่อแม่ไม่ได้เพราะความรั้นและดื้อมากกกก จนถูกส่งไปอยู่กับป้าแล้วเรียนประถม 3
ตอนนั้นจำความได้  เกเรมาก เคยเผาบ้านตัวเองด้วยไม้ขีด ใหม้ไปเกือบทั้งหลัง จนป้าโมโหหวดด้วยก้านมะพร้าว ลายทั้งตัว หนีออกจากบ้าน ด้วยความคิดที่ว่า ไม่อยู๋ก็ได้ แต่ตกค่ำหิวข้าวไม่มีข้าวกิน ตกไปโขมยไข่ไก่ในฟาร์มตัวเอง มาแอบให้รถขายโรตีทอดให้กิน เป็นแบบนี้ทุกวันเลยต้องกลับไปง้อป้าและขอโทษท่าน ตอนนั้นพ่อก็ไม่รู้เรื่องว่าผมเป็นอยู่ยังไง ส่งเงินมาให้ใช้อย่างเดือนเดือนล่ะ15000 แต่เราได้ใช้จริง วันล่ะ 5 บาท

ข้ามมาตอนเรียน ปวช ที่เทคนิค ด้วยความผยอง ไม่ง้อพ่อแม่ เพราะโกรธที่ส่งเราไปอยู๋กับป้า เลยส่งตัวเองเรียนตั้งแต่นั้น งานชิ้นแรกที่ทำคือ ปอกผักในตลาดสดวันล่ะ 50บาท ปอกจนมือมีแต่รอยมีด วันนึงเจอเพื่อนที่เรียนด้วยกัน มันชวนให้เราไปเป็นเด็กเสิรฟในร้านอาหาร ได้เดือนล่ะ2000  เสริฟได้ไม่นาน  มาสนิทกับพ่อครัว จนมาขอเค้าเป็นผู้ช่วยกุ๊ก อัฟเงินเดือนเป็น 2500 เป็นได้ไม่นาน ก็หลงรักเด็กเสริฟที่ร้านแล้วอกหัก ทั้งๆที่ไม่เคย ป๊าม สก้ามกัน จนทำใจไม่ไหว ออกจากงาน มาเป็นเด็กเดินตั๋วหนัง เดือนล่ะ2500 ทำได้ไม่นาน ออกเพราะไปดักตีลูกเจ้าของโรงหนังเพราะหมันใส้
ตกงานช่วงนึง เพื่อนที่อยู๋ห้องเดียวกันก็ตกงาน ค่าเช่าห้องตอนนั้น 400 บาทต่อเดือน ห้องน้ำรวม แล้วบังเอิญเพื่อนมันติดบุหรี่ ตกงานไม่มีเงินซื้อ เลยพาเพื่อนเดินเก็บก้นบุหรี่ใส่ถุงแล้วให้มันดูด
จนวันนึงเดอนผ่านผับเธคทุกวัน เกิดความสงสัยว่ามันมีอะไรดี เลยเดินเข้าไปดูไม่มีเงินเที่ยว พอเข้าไปได้ แม่เจ้า คนเยอะมาก แสงสีสวยงาน เลยไขอเค้าทำงานในนั้น ได้เป้นเด็กบาร์น้ำ เดือนล่ะ2500 แต่ด้วยความที่เรียนเทคนิคไฟฟ้า เลยสนใจด้านแสงเสียง เลยไปขอช่างไฟในเธคทำงาน

Bossma:
ต่อๆ
ตอนเค้าก็ไม่รับ แต่ด้วยความตื้อของเรา เราบอกแค่ว่าเงินเดือน1500ก็เอา เพราะผมชอบ หัวหน้าเลยให้ทำ
ด้วยความหน้าตาดี ขาว หล่อ 5555 เลยมีรุ่นพี่ชวนเป็นแดนเซอร์ เงินเดือน 4500 เป็นได้ไม่นาน มาชอบคอกับน้องคนนึง และเจอคำพูประโยคนึงว่า*พี่จะเต้นกินรำกินไปตลอดมั้ย* เท่านั้นแหละกูขอย้ายตัวเองไปเป็นช่างไฟแบบเดิม แต่ไม่พอแค่นั้น เกิดความสนใจด้านดีเจเปิดเพลงอีก เลยไปเป็นดีเจต่อ เงินเดือน5500  เป็นได้ไม่นาน กลัวเป็นเอดส์ตายเพราะตอนนั้น ฮอตมาก เลยกลับมาเป้นช่างไฟแบบเดิม
ด้วยช่วงนั้น ถานบันเทิงมีกฏเข้มให้ปิดตีสอง แต่ทางร้านรั้น ไม่ยอมปิด เลยเจอของแข็งเข้าให้ โดยยึดใบอนุญาติซะ
พอร้านปิด บังเอิญว่าหัวหน้าช่างไฟ รู้จักบริษัทอีเว้นในกรุงเทพ เลยฝากผมเข้ามาทำงานกรุงเทพ อ้อลืมบอก ตอนนั้นผมจบ ปวส แล้ว เลยไม่ห่วงเรื่องเรียน คิดแค่ว่ามาทำงานกรุงเทพค่อยต่อตรีให้จบ
พอมาอยู่กรุงเทพ ด้วยความที่เส้นใหญ่เจ้านายฝากงานให้เลยได้เป็นหัวหน้าแผนก lighting design เงินเดือน7500 ทำงานอยู๋ช่วงเวลานึง
ด้วยความเป็นคนช่างพูด กล้าลุย กล้าชน เลยมีลูกค้าของบริษัทเราชื่นชอบ เวลามีงานเค้าจะโทรหาเรา และนี่คือจุดเริ่มต้น

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version