General Discussion > Siam Subaru Society Forum

พูดคุยเกี่ยวกับชีวิตการทำงานหน่อยครับผม

<< < (6/29) > >>

---น้ำตาเสือดำ---:
เอามั้ง ว้อย....ผมอาจไม่ลำบากเท่าใครหลายคน

แต่ช่วยแชร์ละกัน ...อ่านมันๆ คลายเหงาใจ

เรียนจบที่ตัวเลข หกปี ตามเกณฐ์ คณะแพทย์

จบมาไม่ต้องคิดอะไรมากครับ พัก สิบวัน  จากนั้น ไปจกฉลาก เพื่อไปรับราชการ ตจว.

ซึ่งก้อเป็นข้อดี ไม่ต้องดิ้นรนหางาน ..

ซึ่งผมเลือกจังหวัดที่พ่อแม่อยู่ ในดินแดนทุรกันดาร .. เลยไม่ต้องรบรา แย่งกับใครนัก เด่วก้อต้องมีผู้ผิดหวังจากจังหวัดที่เจริญ

มาอยู่กับผม

15 เมษายน 2546 ผมเดินทางโดยรถยนต์ จาก กทม. จำได้ว่าตอนผ่านโคราช คนยังเล่นน้ำสนุกสนาน...

วันรุ่งขึ้น (มั้ง) ไปรายงานตัวที่ สนง. สาธารณสุขจังหวัด ...เจอเพื่อนใหม่ๆ

แล้วอีกวันก้อเริ่ม ทำงาน ตำแหน่ง นายแพทย์ 4 รับเงินเดือนที่ 8790 บาท

หมอจบมาใหม่ ใครก้อเรียกหมอ ครับ   ให้เกียรติ มากกว่า ที่จบสาขาอื่นมาใหม่ แต่ ...ในหัว ... จะรักษาคนไข้ได้มั๊ยวะเนี่ย

ไม่อยู่กับ อาจารย์แล้ว พี่ๆก็ไม่มีแล้ว   แล้วหมอรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนช่วยมั๊ย ... ก็ช่วยล่ะนะ แต่ ไปเปิดคลินิคก่อน  ที่รพ ไว้ทีหลัง

ทำไมหล่ะ ... รายได้มันเยอะกว่าไงครับ   

ช่วงเวลานี้ เราเรียกกันเล่นๆว่า "ฤดูใบไม้ร่วง" ครับ   แต่ที่ร่วงไม่ใช่ใบไม้แต่อย่างใด หากแต่เป็นชีวิตคน ...

แต่เวรใน รพ. พวกเราก็ได้รับ ต่อจากพี่เขา เป็น รายได้เสริม ที่ เป็นรายได้หลัก 

ทำให้ในเดือนแรก ผมได้ 38000 มาโดยปริยาย ดีใจ๊ดีใจ  ก้อเอาให้แม่ไป..ทั้งกำ (คือมันห่อรัดหนังกะติ๊กมา)

คนมองว่า โอ้ว ทำงานเดือนแรก ได้เกือบสี่หมื่น   เราก็อว่า โอ้วววว เยอะ แต่ลองนึกดูนะครับ

ผมกะเพื่อน แปดคน   สองคนไปอยู่ รพช.(รพ.อำเภอ) เหลือ หก เวรวันละสามคน เท่ากับ อยู่วันเว้นวัน

นั้นเวรนอกเวลานะครับ ไม่รวม ในเวลาราชการ ที่ต้องทำอยู่แล้ว จันทร์ ถึง ศุกร์...


เด่วมาต่อ

gentlemanly:

--- อ้างจาก: ---น้ำตาเสือดำ--- ที่ กรกฎาคม 19, 2012, 02:38:42 pm ---เอามั้ง ว้อย....ผมอาจไม่ลำบากเท่าใครหลายคน

แต่ช่วยแชร์ละกัน ...อ่านมันๆ คลายเหงาใจ

เรียนจบที่ตัวเลข หกปี ตามเกณฐ์ คณะแพทย์

จบมาไม่ต้องคิดอะไรมากครับ พัก สิบวัน  จากนั้น ไปจกฉลาก เพื่อไปรับราชการ ตจว.

ซึ่งก้อเป็นข้อดี ไม่ต้องดิ้นรนหางาน ..

ซึ่งผมเลือกจังหวัดที่พ่อแม่อยู่ ในดินแดนทุรกันดาร .. เลยไม่ต้องรบรา แย่งกับใครนัก เด่วก้อต้องมีผู้ผิดหวังจากจังหวัดที่เจริญ

มาอยู่กับผม

15 เมษายน 2546 ผมเดินทางโดยรถยนต์ จาก กทม. จำได้ว่าตอนผ่านโคราช คนยังเล่นน้ำสนุกสนาน...

วันรุ่งขึ้น (มั้ง) ไปรายงานตัวที่ สนง. สาธารณสุขจังหวัด ...เจอเพื่อนใหม่ๆ

แล้วอีกวันก้อเริ่ม ทำงาน ตำแหน่ง นายแพทย์ 4 รับเงินเดือนที่ 8790 บาท

หมอจบมาใหม่ ใครก้อเรียกหมอ ครับ   ให้เกียรติ มากกว่า ที่จบสาขาอื่นมาใหม่ แต่ ...ในหัว ... จะรักษาคนไข้ได้มั๊ยวะเนี่ย

ไม่อยู่กับ อาจารย์แล้ว พี่ๆก็ไม่มีแล้ว   แล้วหมอรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนช่วยมั๊ย ... ก็ช่วยล่ะนะ แต่ ไปเปิดคลินิคก่อน  ที่รพ ไว้ทีหลัง

ทำไมหล่ะ ... รายได้มันเยอะกว่าไงครับ   

ช่วงเวลานี้ เราเรียกกันเล่นๆว่า "ฤดูใบไม้ร่วง" ครับ   แต่ที่ร่วงไม่ใช่ใบไม้แต่อย่างใด หากแต่เป็นชีวิตคน ...

แต่เวรใน รพ. พวกเราก็ได้รับ ต่อจากพี่เขา เป็น รายได้เสริม ที่ เป็นรายได้หลัก 

ทำให้ในเดือนแรก ผมได้ 38000 มาโดยปริยาย ดีใจ๊ดีใจ  ก้อเอาให้แม่ไป..ทั้งกำ (คือมันห่อรัดหนังกะติ๊กมา)

คนมองว่า โอ้ว ทำงานเดือนแรก ได้เกือบสี่หมื่น   เราก็อว่า โอ้วววว เยอะ แต่ลองนึกดูนะครับ

ผมกะเพื่อน แปดคน   สองคนไปอยู่ รพช.(รพ.อำเภอ) เหลือ หก เวรวันละสามคน เท่ากับ อยู่วันเว้นวัน

นั้นเวรนอกเวลานะครับ ไม่รวม ในเวลาราชการ ที่ต้องทำอยู่แล้ว จันทร์ ถึง ศุกร์...


เด่วมาต่อ

--- End quote ---

ต่อด่วนเลยครับพี่ กำลังมันส์เลย!!

dodoo99:

--- อ้างจาก: Bossma ที่ กรกฎาคม 19, 2012, 10:52:29 am ---ผมจบมา ก็มา"ขี่หลังเสือ"

ทุกวันนี้เป็นนายเค้า. แต่ก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้า ของ ผบ อยู่ดี

--- End quote ---

มี ผบ แล้วหรอครับ :bbbear_33:

signifer:
อ่านประวัติคุณ เสือดำแล้ว สนุก น่าทำเป็นพ๊อกเก็ตบุ๊คมากเลย

ผมเรียนรหัส 42 นี่ก็จบมานานแล้วเหมือนกัน ความฝันผมตอนแรกคือเรียนให้ดีที่สุด พอจบตรีที่รังสิต ก็ต่อโทเลยเพราะตอนเรียนตั้งใจมาก
ต่อโท คุยกับทางมหาลัยว่า ถ้าจบขอบรรจุเป็นอาจารย์ประจำภาควิชา คอมพิวเตอร์ อาร์ต ประมาณนั้น

พอเรียนไปได้เกือบเทอม คุณพ่อผมป่วยด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนั้นคุณพ่อโคม่า เป็นเจ้าชายนิทราครับ ผมไม่เป็นอันเรียน
และคุณพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว พอมาเป็นแบบนี้ ครอบครัวก็เคว้ง ตอนนั้นเรียนไม่รู้เรื่อง ทะเลาะกับอาจารย์(อาจารย์แกไม่ค่อยสนใจว่าพ่อผมป่วย)
ผมทะเลาะแรงมาก และยื่นใบลาออกกับคณบดีเลย ซึ่งท่านก็ใจดีมาก บอกดรอปไว้ ครูอยากให้เธอกลับมาเรียนให้จบ

หลังจากดรอปคอร์ส ผมต้องกลับมาดูคุณแม่และน้องๆที่ยังเรียนมัธยม เรียนมหาลัยปีสอง เพราะกำลังใจไม่มีแล้ว ส่วนคุณพ่อนอนไม่รู้เรื่องอยู่ราชวิถี
หลังจากนั้น มีเพื่อนชวนไปทำงานที่เนตดีไซน์ครับ ในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ และเขยิบมาเป็นอาจารย์ในที่สุด ช่วงชีวิตที่อยู่เนตดีไซน์
สนุกกับการทำงาน แม้งานจะน่าเบื่อเพราะต้องสอนคอร์สซ้ำๆกับ บางวัน 3 คอร์ส เช้า บ่าย ค่ำ แต่นักเรียนโอเค ตั้งใจเรียน ทำให้เราสนุกกับการสอนด้วย
ส่วนเงินเดือน ถือว่าเยอะกว่า ป.ตรีที่อื่นพอสมควร และได้รับการยอมรับจากทั้งคนในบริษัทและนักเรียน(น่ารักเยอะ เคยสอนดาราด้วย อิอิ)
ชีวิตมาพลิกอีกที ตอน เข้าปีที่ 3 ที่เนตดีไซน์ คุณพ่อผมหลังจากนอนเป็นเจ้าชายนิทรามาสามปี ท่านก็จากไป วันนั้นจำได้เลยว่า
หลังจากจบคอร์สเช้า ช่วงผมพักเที่ยง ที่บ้านโทรมาบอกว่า พ่อจากไปแล้ว เลยแคนเซิลคอร์สบ่ายที่ต้องสอน กลับบ้านทันที
หลังจากเสร็จสิ้นงานศพคุณพ่อ คุณปู่คุณย่า ขอร้องให้กลับมาช่วยดูกิจการอพาร์ทเม้นต์ของที่บ้าน

จึงกลับมาช่วยที่บ้านจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเป็นนายตัวเองมากว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้ขยายกิจการไปในด้านอสังหาริมทรัพย์
รู้สึกว่าเป็นงานที่ชอบ ท้าทาย และ สนุกกับมัน ไม่ต่างจากตอนเป็นอาจารย์

ตอนนี้มีความฝันเล็กๆว่า อยากเปลี่ยนอพาร์ทเม้นต์ที่ดูแลอยู่ ให้เป็น หอหญิงล้วน เสียจริงๆ ชีวิตคงแฮปปี้ทุกวัน ^^

ถ้าท่านใดอยากทำอพาร์ทเม้นต์ หรือ พวกอาคารพาณิชย์ ยินดีแลกเปลี่ยนนะครับ

---น้ำตาเสือดำ---:
ครับ ....  มาต่อ

อยู่กันไปวันเว้นวัน หรือจะเรียกคืนเว้นคืน น่าจะตรงกว่า อยากหยุดก็ทนอยู่ ติดๆกัน ไป จะได้ไปไหนได้บ้าง

จากวัน เป็นเดือน และ เป็นปี  เรา หมายถึง พชท แพทย์ใช้ทุน ก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป อยู่ตามแผนกต่างๆ

อายุรกรรม บ้าง  ศัลยกรรม สูติ เด็ก   และประสบการณ์ก็ค่อยๆเพิ่ม  ทั้งการทำงาน และ การเอาตัวรอด...

รอดจาก อะไร? รอดจากการทำงาน แบบ โดดเดี่ยว    ปรึกษาใคร เพื่อน ที่โง่ๆเท่ากันนั้นแหล่ะครับ

แต่ไม่ใช่พี่แพทย์ ทุกคนจะเป็น เอาเป็นว่าส่วนน้อยละกัน  ส่วนใหญ่พอพึ่งพาได้...


ผ่านไป ...ถึงเวลาอันเป็น มงคลฤกษ์ ผมได้ไปผจญภัย ที่ รพช. เสียที ยังจำได้เนอะ รพ.อำเภอนั้นไง

ผมโชคดี ที่ได้ไปอยู่อำเภอที่ไม่ไกล จังหวัดมาก 26 กิโล เอง  เป็น รพช. 30 สิบเตียง (ตอนนี้ขยายเป็น 60แล้ว)

หมอสามคน รวมผม ...   ชีวิตที่นั้นไม่ยุ่งเยิงเท่าไร ยกเว้น ....เวลาตรวจตอนเช้า

คนไข้ สองสามร้อย นั่งรอ ส่วนมากสั่งยาเดิม ขอฉีดยาบำรุง ยานวด กว่าจะเสร็จก้อ เที่ยง บางวันบ่าย

ทำอยู่อย่างนี้ วนไปวนมา   ตอนเย็น อยู่เวร ...ถึงเช้า..แต่เวรที่รพช.นี้ ถ้าไม่หนักหนา เช่น ไข้ นิดหน่อย ท้องเสียไม่มาก

คุณพยาบาลใจดี สั่งยาให้ก่อน พรุ่งนี้มาใหม่ พอให้เราได้พักบ้่าง   แต่อันไหนดูหนักก้อตามเรา

รักษาได้รักษาไป  ไม่ไหว   ..ส่ง   ส่งไปให้เพื่อนเรานั้นแหล่ะ ที่รพ จังหวัด 555 

ผมอยู่ที่นั้น ตอนเย็นๆ นั่งฟังเสียง ใบไม้ เสียงลม อากาศดีๆ  เค้าเลยได้เมียกันเยอะ 

แต่กับผม   เฮ้อออ..  กูอยู่ไม่ได้หรอก    กูเหงา  กูเบื่อ กู สารพัดจะกู ผุดมาในสมอง...

กลับ!! ต้อง กลับ กทม. เท่านั้น  ทำไงวะ  เลยพิจารณา หนทาง


เด่วมาอีกครับ กลับบ้านก่อน เมียรอ   


เด่วมาต่อครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version