General Discussion > Siam Subaru Society Forum

Need suggestions...

(1/5) > >>

SPICY-1:
Hi all SSS members...

Please allow me to introduce myself....

I'm currently live in Canada and I've been in Canada for the past 15 years. And I've own a Subaru not too long ago and I'm in LOVE!!!

Anywho.... time has chaged and it's time for me to return home to Thailand!!! SO... I'm wondering if it will be worthwhile to import my Subaru back to Thailand? I know here in North America is LHD (Left Hand Drive) and Thailand is RHD (Right Hand Drive).

So if someone can help me with suggestions or recommendations in importing a vehicle back that would be AWESOME!!!
I know taxes and such are insanely high BUT I'd like to know what's the requirement to import a vehicle back...

The reason I want to import it back because I LOVE my car!!! I've put a lot time and love into her...
She's got a full and I mean FULL!!! down to every nut and bolts and harness from 05 2.5 STi (USDM) swap with basic bolt-on parts.

Any help will be much appreciated...

P.S I understand Thai and I am able to read Thai but I'm horrible when it comes to writing/typing....

Thanks a bunch,

Yim

saran_1st:
เท่าที่เคยอ่านนะครับ requirement คร่าวๆคือ
ต้องครอบครองรถคันนั้นๆอยู่ ไม่ต่ำกว่า 18 เดือนมั้งครับ (รวมถึงเสียภาษีครบๆ มีใบขับขี่อยู่ที่ประเทศนั้นๆ ไม่ขาดด้วย)

รถพวงมาลัยซ้าย ถ้าเป็นรถอเมริกัน เอามาขับชิวๆ ก็ยังโอเค
แต่ถ้าเป็นซูบารุ ยังไงก็ต้องอยากซิ่ง อยากออกทริป เอาไปเล่นโค้งอยู่แล้ว ซึ่งถนนต่างจังหวัดที่โค้งเยอะๆ ขับสนุกๆ
มันจะเป็นแบบ ไปเลน มาเลน สวนกัน พวงมาลัยซ้ายจะแซงยากครับ อันตรายด้วย

saran_1st:
เพิ่มเติมข้อมูลให้นะครับ ข้อความด้านล่างทั้งหมดนี้มีที่มาจาก pantip (Credit คุณ OnceInTheBlueMoon)
http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/B3918591/B3918591.html

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


1. การออกใบอนุญาตกรณีคนไทยนำเข้ามาเพื่อใช้เฉพาะตัว 

1.1 หลักเกณฑ์

นำเข้าได้คนละ 1 คัน
ต้องไปอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลาเกิน 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับ
ต้องถือกรรมสิทธิรถตามทะเบียนระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
ต้องมีใบขับขี่ที่แสดงว่าได้ใช้รถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
ต้องมีเอกสารแสดงการมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
1.2 เอกสารที่ใช้
หนังสือเดินทางพร้อมสำเนา
ทะเบียนรถยนต์พร้อมสำเนา
ใบขับขี่ของประเทศที่ใช้รถ หรือใบขับขี่นานาชาติพร้อมสำเนา
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาคำสั่งไป-กลับ (กรณีเป็นข้าราชการ)
เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด หากไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดงได้ ให้หน่วยงานที่ออกเอกสาร หรือหน่วยราชการไทยที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสาร ที่นำมาแสดงแทน
กรณีเอกสารที่นำมาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษ ให้แปลและรับรองคำแปล โดยหน่วยราชการ หรือสถาบันแปลเอกสารด้วย


2. การออกใบอนุญาตกรณีชาวต่างประเทศนำเข้ามาเพื่อใช้เฉพาะตัว 

2.1 หลักเกณฑ์

นำเข้าได้คนละ 1 คัน
ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)กรมตำรวจให้ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดยมีหนังสืออนุญาตการเข้ามาอยู่ ในประเทศไทยจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) กรมตำรวจ
และมีใบอนุญาตทำงาน ของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ไม่ต่ำกว่า 1 ปี
หากผู้นำเข้าเป็นผู้ติดตามสามีหรือภรรยา ที่เป็นคนไทยให้แสดงหลักฐานการเป็นสามีภรรยาด้วย
ต้องถือกรรมสิทธิรถตามทะเบียนระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
ต้องมีใบขับขี่ที่แสดงว่าได้ใช้รถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
2.2 เอกสารที่ใช้
หนังสือเดินทาง
ใบอนุญาตทำงาน
ทะเบียนรถยนต์
ใบขับขี่ของประเทศที่ใช้รถหรือใบขับขี่นานาชาติ
ทะเบียนสมรส (กรณีที่มีสามีหรือภรรยาเป็นคนไทย)
เอกสารที่นำมาแสดงต้องเป็นต้นฉบับพร้อมสำเนา 1 ชุด หากไม่สามารถนำ ต้นฉบับมาแสดงได้ให้หน่วยงานที่ออกเอกสารหรือหน่วยราชการไทยที่ประจำ อยู่ในประเทศนั้นรับรองสำเนาเอกสารที่นำมาแสดงแทน
กรณีเอกสารที่นำมาแสดงเป็นภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษ ให้แปลและรับรองคำแปลโดยสถานฑูตหรือ หน่วยงานราชการที่ออกเอกสารนั้น


3. การออกใบอนุญาตกรณีได้รับยกเว้นหรือชดเชยภาษีอากร 

3.1 หลักเกณฑ์

ผู้นำเข้าต้องเป็นหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันเอกชนต่างประเทศ สำนักงาน บริหารโครงการช่วยเหลือจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ หรือเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ
ต้องได้รับสิทธิยกเว้นหรือชดเชยภาษีอากรในการนำรถเข้า
3.2 เอกสารที่ใช้ (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
หลักฐานการซื้อขาย เช่น Proforma Invoice, Invoice
หลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่จะนำเข้า เช่น ทะเบียนรถยนต์
หนังสือรับรองจากกรมวิเทศสหการ และ/หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


4. การออกใบอนุญาตนำเข้าเพื่อใช้ในหน่วยงาน 

4.1 หลักเกณฑ์

ผู้นำเข้าต้องเป็นหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสาธารณกุศล
เป็นการนำเข้ามาเพื่อใช้ในหน่วยงานของตนเอง หรือวัตถุประสงค์อื่นตามที่กระทรวงพาณิชย์เห็นสมควร
4.2 เอกสารที่ใช้ (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
หลักฐานการซื้อขาย เช่น Proforma Invoice, Invoice
หนังสือรับรองจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่จะนำเข้า เช่น ทะเบียนรถยนต์


5. การออกใบอนุญาตนำเข้าชั่วคราว 

5.1 หลักเกณฑ์

อนุญาตให้นำเข้าได้ไม่เกิน 1ปี เว้นแต่กรณีจำเป็นจะผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาให้อีกไม่เกิน 1 ปี
ต้องทำหนังสือสัญญาประกันการส่งรถกลับ และจัดให้ธนาคารพาณิชย์ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันในวงเงิน 4 เท่าของราคา C.I.F.กรุงเทพฯ
ต้องรายงานพร้อมแสดงหลักฐานการส่งออกให้กรมการค้าต่างประเทศทราบภายใน 45 วันนับแต่วันส่งรถกลับ
5.2 เอกสารที่ใช้ (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
หลักฐานการซื้อขาย เช่น Proforma Invoice, Invoice
หลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่จะนำเข้า เช่น ทะเบียนรถยนต์
สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
สัญญาประกันการส่งกลับ
สัญญาค้ำประกันของธนาคาร
6. การออกใบอนุญาตนำเข้าเพื่อส่งกลับ 

6.1 หลักเกณฑ์

อนุญาตให้นำเข้าเพื่อทำพิธีการศุลกากรส่งรถกลับออกไปนอกราชอาณาจักรทันที
6.2 เอกสารที่ใช้ (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
หลักฐานการซื้อขาย เช่น Proforma Invoice, Invoice
สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล
หลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ที่จะนำเข้า เช่น ทะเบียนรถยนต์
เอกสารที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น DELIVERY ORDER (D/O)

ภาษีนำเข้าประมาณ 170 กว่า% ของราคารถ(ที่ระบุ ณปัจจุบัน)

ส่วนใหญ่ที่ผมเคยช่วยเจ้าหน้าที่ ทำเอกสารให้
ส่วนใหญ่ จะเป็นรถที่แพง(ในบ้านเรา)แต่ถูกในบ้านเขา
รถแปลกๆ รถสปอร์ต
ถ้าคุณเข้าคุณสมบัติ
ระยะเวลาที่อยู่ต่างประเทศ
เอกสารการครอบครองรถ
สำคัญคือ อย่าเพิ่งนำเข้ามาครับ
คำนวณก่อน และตรวจดูเอกสารก่อน

มีอยู่รายนึง นำเข้ารถเก่าๆคันนึง คือไปมีครอบครัวอยู่ที่นั่น แล้วหย่ากับสามีจึงขนข้าวของกลับ รวมไปถึงรถด้วย
ราคาตีเงินไทยประมาณ แสนกว่าบาท
คำนวณไปคำนวณมา ภาษี ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย สามารถซื้อรถใหม่ได้เลย

ฉนั้น ขอสรุปว่า การนำเข้ามา ถ้าไม่ผูกพันจริงๆ หรือ รถไม่แพง(หมายถึงรถธรรมดา) จะไม่ค่อยคุ้มครับ

คุณสามารถ ติดต่อ กรมการค้าต่างประเทศ โทร 1385
ถามหลักเกณท์ต่างๆ ยื่นขอใบอนุญาต
กรมศุลกากร
และ กรมขนส่งทางบก


...............................

สำหรับการนำเข้ามาเพื่อการค้า มีครับ
แต่เป็นการนำมาซ่อมแซม แล้วส่งออกไปยังประเทศที่สาม เงื่อนไขค่อนข้างยุ่งยากพอดู และคิดว่าต้องใช้ทุนมากพอสมควร

pick:
เข้าใจความรู้สึกขอเจ้าของกระทู้นะครับ ลงทุนลงแรงไปกับรถตัวเองมาก ก็ผูกผันมาก จะขายทิ้งก็ตัดใจลำบาก
ผมก็เคยคิดที่จะเอากลับมาเหมือนกัน แต่ลองชั่งนำ้หนักดูแล้ว เจอเรื่องภาษีกับพวงมาลัยขวา ตัดใจขายแล้วหิ้วของกลับมาแต่งใหม่ที่เมืองไทยดีกว่าครับ
เหมือนกับ สลับวิญญาณ หาร่างสิ่งสถิตใหม่ คุณอาจจะได้แก้ไขบางอย่างที่ขาดหายไปจากประสบการณ์ของคุณเอง

ลองหารถใหม่ในนี้ดูก่อนก็ได้ครับ ขอให้โชคดีครับ

Choke gf:
ถ้าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ เอากลับมาเลย พวงมาลัยซ้ายหล่อมากๆ หนึ่งเดียวในไทย

ที่สำคัญชิดซ้ายจีบหญิงสบายเลย5555 :bbbear_23:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version