General Discussion > Siam Subaru Society Forum

สมาชิกซู ที่อยู่ย่านรังสิต ปทุม

<< < (1358/1811) > >>

arzz:

--- อ้างจาก: notetou ที่ ตุลาคม 04, 2012, 08:34:09 pm ---
คงอีกนานนนนเลยครับ :bbbear_41:

--- End quote ---

ไม่ไกลเกินความสามารถของคนเราหรอกคับ



เป้าหมายมีไว้พุ่งชน (กระทิงแดง)


 :bbbear_38:

notetou:
ขอบคุณครับพี่  :bbbear_19:

ต๊อพ:

--- อ้างจาก: Hattori ที่ ตุลาคม 04, 2012, 08:45:57 pm ---แม่นน .. แต่เกียร์ธรรมดานะ ด้วยความคะนองเคยเอาไปอัดแข่งกับ Corolla GTI 16 Valve ของเพือน ซัดกันไป 200 ช่วงกำลังลงสะพานแขวน ในวันฟังผลวันสุดท้ายของปี 4 (คือเรียนจบวันนั้น)

พอลงมาหน่อย ถึงช่วงโค้ง มี 405 Mi16 สมัยนั้นแรงสุดๆ มาเบียดเพื่อแข่งกัน ก็ซัดกันในระดับ 180-200 กันมาสักพักจนบังทางเอาเหลี่ยมกันดันให้ผมเข้าไปในช่องซ้ายสุดที่มี 18 ล้อ วิ่งอยู่ที่ประมาณ 100 ส่วนผมมาประมาณต่ำกว่า 180 หน่อย ระยะเบรคประมาณเกินคันรถเมล์แค่นั้นเอง กดเบรคมากก็ล้อล็อคคว่ำแน่นอน (ยุคนั้นไม่มี ABS) ออกขวาก็ไม่ได้ มีรถประกบอยู่ (18 ล้อเหมือนกัน) เสียบก็ตาย เข้าขวาถ้าไม่กลายเป็นเปิดประทุนก็คอขาด ผมแต่งเบรคจนจ่อคันหน้าไม่เกิน 2 ฟุต ส่วนหน้ารถมีอาการดิ้นเหมือนเอามือจับปลาช่อนเป็นๆ ที่กลางลำตัว หัวก็จะสะบัดไปมา เป็นอย่างนั้นอยู่พักใหญ่แต่รู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง ผมคิดในใจว่าผมคงตายแน่ คงไม่มีโอกาสรอดกลับมาอีก วินาทีนั้นนึกเสียใจที่โกหกพ่อ เพื่อเอารถมาขับ และอาจทำให้เพื่อนสนิทในกลุ่มอีก 2 คนที่นั่งอยู่ ตายไปด้วย นึกสงสารทั้งพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่เพื่อน อีกทั้งสมเพชตัวเองอีกตะหากว่าคะนองจนลืมตัว แทนที่พ่อแม่จะได้ชื่นชมในวันที่เรียนจบมหาลัย กลับต้องมาตายแถวนี้แล้วยังพาคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

 :bbbear_40:

สุดท้ายผมก็ผ่านวินาทีเฉียดตายตรงนั้นมาได้ และเบี่ยงลงทางออกพระราม 4 มุ่งหน้าไปมหาลัยเพื่อเอาใบจบ เพื่อนผมในรถจิกเล็บลงไปบนคอนโซลจนเห็นรอยได้อย่างชัดเจนพักใหญ่ทีเดียว ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเงียบหมด มามีเสียงอีกทีตอนเข้าถ.อังรีฯ ผมหันไปขอโทษทุกคน เรื่องนี้พ่อแม่ผมไม่เคยรู้ แต่ผมปฏิญาณกับตัวเองว่าผมจะไม่ทำอีก จนกว่าผมจะรู้วิธีควบคุมรถ และมีรถที่สมรถนะดีจริงๆ และต้องอยู่บนเส้นทางที่ไม่เดือดร้อนใคร หลังจากวันนั้นผมไม่เคยขับในย่านความเร็วเกิน 200 อีก เพื่อนชวนผมไปนั่ง R33 600 กว่าม้าผมยังไม่กล้าไปเลย (เพราะเป็นถนนหลวง) แต่ถ้าเข้าแทร็คผมเอา

 :bbbear_38:

เมื่อเดือนก่อนตอนทริปชมจันทร์ ทุกอย่างเป็นใจ ถนนโล่ง รถสมถนะถึง ผมกดเพื่อจะลองให้เกิน 200 (เข็มไมล์ผม 180 แต่พอจะกะได้) เชื่อมั้ยว่าพอกดไปถึงตรงนั้นปั๊ป (จากการประมาณของผม) มีเสียงดังสนั่นมาจากโช้คหลังซ้าย เสียงดังมากเหมือนประมาณแกนโชคหักหรือบิดตัวกันเลย ปรากฎว่าเป็นการไปเหยียบชิ้นงานเหล็กแล้วสะบัดมาตีซุ้ม ยางแตกบนวงแหวนอุตสาหกรรม ผมคิดอย่างเดียวว่าซวย แต่พอเห็นรูปรถที่เต้ยโพสมาวันนี้ ซึ่งเป็นรถรุ่นของคุณพ่อผมในวันนั้น มันทำให้ผมนึกว่าบางทีท่านอาจจะมาเตือนผมให้หยุด (คุณพ่อผมเสียไป 16 ปีแล้ว) เพราะมันไม่ใช่ถนนสำหรับใช้ความเร็วแบบนั้น ใครจะรู้ว่าผมอาจเหยียบต่ออีกสักหน่อย (เพราะยังไปได้อีกเกือบ 20%) ซึ่งมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เพราะทัศนวิสัยวันนั้นค่อนข้างมืดมาก หากมีอะไรบนถนนคงไม่ทันหลบ ก็เขียนยาวไปหน่อยเพราะอยากให้น้องๆ ที่กำลังเรียนใช้สติมากๆ เวลาอยู่หลังพวงมาลัย คุณพ่อคุณแม่ท่านให้รถเราเพราะรักและเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้ลำบาก ก็ตอบแทนท่านด้วยการขับขี่อย่างปลอดภัยและตั้งใจเรียนแล้วกันนะครับ

 :bbbear_35:

--- End quote ---
เป็นประสบการณ์ที่น้องๆควรฟังครับ ขอบคุณพี่ปุ้ยครับ

arzz:

--- อ้างจาก: Hattori ที่ ตุลาคม 04, 2012, 08:45:57 pm ---แม่นน .. แต่เกียร์ธรรมดานะ ด้วยความคะนองเคยเอาไปอัดแข่งกับ Corolla GTI 16 Valve ของเพือน ซัดกันไป 200 ช่วงกำลังลงสะพานแขวน ในวันฟังผลวันสุดท้ายของปี 4 (คือเรียนจบวันนั้น)

พอลงมาหน่อย ถึงช่วงโค้ง มี 405 Mi16 สมัยนั้นแรงสุดๆ มาเบียดเพื่อแข่งกัน ก็ซัดกันในระดับ 180-200 กันมาสักพักจนบังทางเอาเหลี่ยมกันดันให้ผมเข้าไปในช่องซ้ายสุดที่มี 18 ล้อ วิ่งอยู่ที่ประมาณ 100 ส่วนผมมาประมาณต่ำกว่า 180 หน่อย ระยะเบรคประมาณเกินคันรถเมล์แค่นั้นเอง กดเบรคมากก็ล้อล็อคคว่ำแน่นอน (ยุคนั้นไม่มี ABS) ออกขวาก็ไม่ได้ มีรถประกบอยู่ (18 ล้อเหมือนกัน) เสียบก็ตาย เข้าขวาถ้าไม่กลายเป็นเปิดประทุนก็คอขาด ผมแต่งเบรคจนจ่อคันหน้าไม่เกิน 2 ฟุต ส่วนหน้ารถมีอาการดิ้นเหมือนเอามือจับปลาช่อนเป็นๆ ที่กลางลำตัว หัวก็จะสะบัดไปมา เป็นอย่างนั้นอยู่พักใหญ่แต่รู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง ผมคิดในใจว่าผมคงตายแน่ คงไม่มีโอกาสรอดกลับมาอีก วินาทีนั้นนึกเสียใจที่โกหกพ่อ เพื่อเอารถมาขับ และอาจทำให้เพื่อนสนิทในกลุ่มอีก 2 คนที่นั่งอยู่ ตายไปด้วย นึกสงสารทั้งพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่เพื่อน อีกทั้งสมเพชตัวเองอีกตะหากว่าคะนองจนลืมตัว แทนที่พ่อแม่จะได้ชื่นชมในวันที่เรียนจบมหาลัย กลับต้องมาตายแถวนี้แล้วยังพาคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

 :bbbear_40:

สุดท้ายผมก็ผ่านวินาทีเฉียดตายตรงนั้นมาได้ และเบี่ยงลงทางออกพระราม 4 มุ่งหน้าไปมหาลัยเพื่อเอาใบจบ เพื่อนผมในรถจิกเล็บลงไปบนคอนโซลจนเห็นรอยได้อย่างชัดเจนพักใหญ่ทีเดียว ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเงียบหมด มามีเสียงอีกทีตอนเข้าถ.อังรีฯ ผมหันไปขอโทษทุกคน เรื่องนี้พ่อแม่ผมไม่เคยรู้ แต่ผมปฏิญาณกับตัวเองว่าผมจะไม่ทำอีก จนกว่าผมจะรู้วิธีควบคุมรถ และมีรถที่สมรถนะดีจริงๆ และต้องอยู่บนเส้นทางที่ไม่เดือดร้อนใคร หลังจากวันนั้นผมไม่เคยขับในย่านความเร็วเกิน 200 อีก เพื่อนชวนผมไปนั่ง R33 600 กว่าม้าผมยังไม่กล้าไปเลย (เพราะเป็นถนนหลวง) แต่ถ้าเข้าแทร็คผมเอา

 :bbbear_38:

เมื่อเดือนก่อนตอนทริปชมจันทร์ ทุกอย่างเป็นใจ ถนนโล่ง รถสมถนะถึง ผมกดเพื่อจะลองให้เกิน 200 (เข็มไมล์ผม 180 แต่พอจะกะได้) เชื่อมั้ยว่าพอกดไปถึงตรงนั้นปั๊ป (จากการประมาณของผม) มีเสียงดังสนั่นมาจากโช้คหลังซ้าย เสียงดังมากเหมือนประมาณแกนโชคหักหรือบิดตัวกันเลย ปรากฎว่าเป็นการไปเหยียบชิ้นงานเหล็กแล้วสะบัดมาตีซุ้ม ยางแตกบนวงแหวนอุตสาหกรรม ผมคิดอย่างเดียวว่าซวย แต่พอเห็นรูปรถที่เต้ยโพสมาวันนี้ ซึ่งเป็นรถรุ่นของคุณพ่อผมในวันนั้น มันทำให้ผมนึกว่าบางทีท่านอาจจะมาเตือนผมให้หยุด (คุณพ่อผมเสียไป 16 ปีแล้ว) เพราะมันไม่ใช่ถนนสำหรับใช้ความเร็วแบบนั้น ใครจะรู้ว่าผมอาจเหยียบต่ออีกสักหน่อย (เพราะยังไปได้อีกเกือบ 20%) ซึ่งมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เพราะทัศนวิสัยวันนั้นค่อนข้างมืดมาก หากมีอะไรบนถนนคงไม่ทันหลบ ก็เขียนยาวไปหน่อยเพราะอยากให้น้องๆ ที่กำลังเรียนใช้สติมากๆ เวลาอยู่หลังพวงมาลัย คุณพ่อคุณแม่ท่านให้รถเราเพราะรักและเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้ลำบาก ก็ตอบแทนท่านด้วยการขับขี่อย่างปลอดภัยและตั้งใจเรียนแล้วกันนะครับ

 :bbbear_35:

--- End quote ---

กดLikeหั้ยพี่ปุ๊ยไปเรยคับ

ขอบคุณพี่ปุ๊ยมากนะคับที่เอาสติมาหั้ยผม
ต่อไปนี้ผมจาไม่ขับรถด้วยความประมาทแล้วคับ

 :bbbear_19:

Onochayama:

--- อ้างจาก: Hattori ที่ ตุลาคม 04, 2012, 08:45:57 pm ---แม่นน .. แต่เกียร์ธรรมดานะ ด้วยความคะนองเคยเอาไปอัดแข่งกับ Corolla GTI 16 Valve ของเพือน ซัดกันไป 200 ช่วงกำลังลงสะพานแขวน ในวันฟังผลวันสุดท้ายของปี 4 (คือเรียนจบวันนั้น)

พอลงมาหน่อย ถึงช่วงโค้ง มี 405 Mi16 สมัยนั้นแรงสุดๆ มาเบียดเพื่อแข่งกัน ก็ซัดกันในระดับ 180-200 กันมาสักพักจนบังทางเอาเหลี่ยมกันดันให้ผมเข้าไปในช่องซ้ายสุดที่มี 18 ล้อ วิ่งอยู่ที่ประมาณ 100 ส่วนผมมาประมาณต่ำกว่า 180 หน่อย ระยะเบรคประมาณเกินคันรถเมล์แค่นั้นเอง กดเบรคมากก็ล้อล็อคคว่ำแน่นอน (ยุคนั้นไม่มี ABS) ออกขวาก็ไม่ได้ มีรถประกบอยู่ (18 ล้อเหมือนกัน) เสียบก็ตาย เข้าขวาถ้าไม่กลายเป็นเปิดประทุนก็คอขาด ผมแต่งเบรคจนจ่อคันหน้าไม่เกิน 2 ฟุต ส่วนหน้ารถมีอาการดิ้นเหมือนเอามือจับปลาช่อนเป็นๆ ที่กลางลำตัว หัวก็จะสะบัดไปมา เป็นอย่างนั้นอยู่พักใหญ่แต่รู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง ผมคิดในใจว่าผมคงตายแน่ คงไม่มีโอกาสรอดกลับมาอีก วินาทีนั้นนึกเสียใจที่โกหกพ่อ เพื่อเอารถมาขับ และอาจทำให้เพื่อนสนิทในกลุ่มอีก 2 คนที่นั่งอยู่ ตายไปด้วย นึกสงสารทั้งพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่เพื่อน อีกทั้งสมเพชตัวเองอีกตะหากว่าคะนองจนลืมตัว แทนที่พ่อแม่จะได้ชื่นชมในวันที่เรียนจบมหาลัย กลับต้องมาตายแถวนี้แล้วยังพาคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

 :bbbear_40:

สุดท้ายผมก็ผ่านวินาทีเฉียดตายตรงนั้นมาได้ และเบี่ยงลงทางออกพระราม 4 มุ่งหน้าไปมหาลัยเพื่อเอาใบจบ เพื่อนผมในรถจิกเล็บลงไปบนคอนโซลจนเห็นรอยได้อย่างชัดเจนพักใหญ่ทีเดียว ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเงียบหมด มามีเสียงอีกทีตอนเข้าถ.อังรีฯ ผมหันไปขอโทษทุกคน เรื่องนี้พ่อแม่ผมไม่เคยรู้ แต่ผมปฏิญาณกับตัวเองว่าผมจะไม่ทำอีก จนกว่าผมจะรู้วิธีควบคุมรถ และมีรถที่สมรถนะดีจริงๆ และต้องอยู่บนเส้นทางที่ไม่เดือดร้อนใคร หลังจากวันนั้นผมไม่เคยขับในย่านความเร็วเกิน 200 อีก เพื่อนชวนผมไปนั่ง R33 600 กว่าม้าผมยังไม่กล้าไปเลย (เพราะเป็นถนนหลวง) แต่ถ้าเข้าแทร็คผมเอา

 :bbbear_38:

เมื่อเดือนก่อนตอนทริปชมจันทร์ ทุกอย่างเป็นใจ ถนนโล่ง รถสมถนะถึง ผมกดเพื่อจะลองให้เกิน 200 (เข็มไมล์ผม 180 แต่พอจะกะได้) เชื่อมั้ยว่าพอกดไปถึงตรงนั้นปั๊ป (จากการประมาณของผม) มีเสียงดังสนั่นมาจากโช้คหลังซ้าย เสียงดังมากเหมือนประมาณแกนโชคหักหรือบิดตัวกันเลย ปรากฎว่าเป็นการไปเหยียบชิ้นงานเหล็กแล้วสะบัดมาตีซุ้ม ยางแตกบนวงแหวนอุตสาหกรรม ผมคิดอย่างเดียวว่าซวย แต่พอเห็นรูปรถที่เต้ยโพสมาวันนี้ ซึ่งเป็นรถรุ่นของคุณพ่อผมในวันนั้น มันทำให้ผมนึกว่าบางทีท่านอาจจะมาเตือนผมให้หยุด (คุณพ่อผมเสียไป 16 ปีแล้ว) เพราะมันไม่ใช่ถนนสำหรับใช้ความเร็วแบบนั้น ใครจะรู้ว่าผมอาจเหยียบต่ออีกสักหน่อย (เพราะยังไปได้อีกเกือบ 20%) ซึ่งมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เพราะทัศนวิสัยวันนั้นค่อนข้างมืดมาก หากมีอะไรบนถนนคงไม่ทันหลบ ก็เขียนยาวไปหน่อยเพราะอยากให้น้องๆ ที่กำลังเรียนใช้สติมากๆ เวลาอยู่หลังพวงมาลัย คุณพ่อคุณแม่ท่านให้รถเราเพราะรักและเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้ลำบาก ก็ตอบแทนท่านด้วยการขับขี่อย่างปลอดภัยและตั้งใจเรียนแล้วกันนะครับ

 :bbbear_35:

--- End quote ---

ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษพี่ปุ้ยน่ะครับ และก็ต้องขอบคุณครับ ที่เอาประสบการณ์มาแชร์ให้น้อง ๆ ฟัง ผมเข้าใจพี่ปุ้ยเลยครับ คำที่พี่บอกว่าเหมือนเป็นชั่วโมง เพราะผมก็เกือบตาย และตายทั้งเป็น หากแม่ย่านางของรถ ไม่ช่วยผมไว้ ก็ขออนุญาติเล่าเลยแล้วกัน

แต่ก่อนผมขับ Limousine ลูกค้านัดที่ โรงแรม แถวศาลพระพรหม เลย Central World ไปนิส ลูกค้านัด ตีสามครึ่ง แต่ผมออกจากสุวรรณภูมิ ตอนตีสาม (เพราะเผลอหลับ) ลูกค้าต้องการใช้รถ BMW SERIES 5 (E60)  ผมเหยียบแบบไม่คิดชีวิต จำได้ว่า เข็มไม่เคยลดลงจาก 200 และฝนก็ตกพร่ำ ๆ ผ่านแอ่งน้ำแอ่งแรก หน้าปัดโชว์ว่า Traction แต่ผมก็เฉยเหยียบต่อ แอ่งที่สอง ก็โชว์อีก แต่ก็ไม่สนใจ จนมาถึง ทางที่จะแยก ที่จะขึ้นทางด่วน ไปราม ไปศรีนครินทร์ ไปพระรามเก้า ตรงแถว ๆ มัสยิด มีแอ่งน้ำแอ่งใหญ่ ผมใส่เข้าไปเต็มที่
ผลคือ รถหมุน ติ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ในใจตอนนั้น ทำอย่างไรให้รถหยุด ถ้าคว่ำมาจะตายไหม ถ้ารอดแล้วรถพัง จะเอาเงินที่ไหนใช้หนี้บริษัท แล้วก็ตัดสินใจกระทีบเบรก รถวิ่งขึ้นไปหยุดบนฟุตบาท ตั้งสติได้แล้ว มองซ้ายเสาไฟฟ้า มองขวาต้นไม้ใหญ่ เลยลงรถไปดู โชคดีครับ ฟุตบาทสูงนิดเดียว ผลคือรถไม่เป็นอะไร แต่ผมขับไปขาสั่นไป หลังจากวันนั้นผมก็หาข้อมูลว่าทำไมผมถึงหมุน จนผมได้คำตอบกับตัวเองว่า ซูบารุเนี่ยแหละคำตอบ ของผม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version