General Discussion > Siam Subaru Society Forum

สมาชิกซู ที่อยู่ย่านรังสิต ปทุม

<< < (548/1811) > >>

arzz:


 :bbbear_19: :bbbear_19: :bbbear_19:

arzz:

ได้ความรู้จากข้อความนี้เยอะมากคับ

ขอขอบคุณพี่ปุ้ยนะคับที่มาช่วยแชร์ความรู้หั้ย

 :bbbear_19: :bbbear_19: :bbbear_19:

Hattori:

--- อ้างจาก: arzz ที่ สิงหาคม 28, 2012, 09:26:43 am ---ได้ความรู้จากข้อความนี้เยอะมากคับ

ขอขอบคุณพี่ปุ้ยนะคับที่มาช่วยแชร์ความรู้หั้ย

 :bbbear_19: :bbbear_19: :bbbear_19:

--- End quote ---

ยินดีครับ แต่มันไม่ใช่ข้อสรุปนะครับ ให้ช่างดูให้ดีที่สุดครับ

 :bbbear_32:

ต๊อพ:

--- อ้างจาก: Hattori ที่ สิงหาคม 28, 2012, 09:11:28 am ---ตอนแรกว่าจะตอบต๊อพไปแล้วแต่ไม่แน่ใจ อยากเอาให้ชัวร์ เมื่อวานได้คุยกับผู้รู้ตอนมึทติ้งนอกรอบฝั่งธนฯ คือโบ๊ทเล็กกับโซกกาม (หลังจากหมดไปหลายขวด) ข้อมูลที่ได้ก็ตรงกันกับความเข้าใจของผม แยกเป็นประเด็นได้ด้งนี้ครับ

- การระบายความร้อนหลักของเครื่องยนต์คือน้ำจากหม้อน้ำ และรองลงมาก็คือ Oil Cooler (สำหรับรถเทอร์โบ)
- รถเทอร์โบหลายยี่ห้อไม่มี Oil Cooler ติดมาให้จากโรงงาน หากมีการออกแบบการระบายความร้อนไว้ดีอยู่แล้ว

ดังนั้นเราลองไล่จากระบบระบายความร้อนหลักก่อนครับคือน้ำ สิ่งที่ต้องดูเช่น ระบบการหมุนวนของน้ำดีหรือไม่ มีสนิมในระบบหรือไม่ พัดลมทำงานได้รอบที่กำหนดหรือเปล่า วาล์วน้ำเปิด-ปิด ตามอุณหภูมิที่กำหนดหรือไม่ การทำงานของปั๊มน้ำเป็นอย่างไร ท่อน้ำเป็นปกติหรือเปล่า มีรั่วซึมหรือถูกกดทับจากอุปกรณ์เสริมใดหรือไม่ เป็นต้น หากข้อใดที่ระบุมาทำงานไม่เป็นปกติ ก็จะส่งผลต่อการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ทันที ซึ่งก็จะส่งผลไปที่อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องเป็นลำดับต่อไป (เพราะเครื่องยนต์มีทางระบายความร้อนหลักๆ อยู่เท่านี้)

ยกตัวอย่างเช่นรถของผม อุณหภูมิน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับ 90-100 องศาเซลเซียส รถติดๆ พุ่งไปถึง 110 จน Defi มันต้องร้องเตื่อนก็เคยมาแล้ว ในขณะที่เข็มความร้อนหม้อน้ำผมแทบไม่ขยับสักเท่าไหร่ แล้วพอกดนิดกดหน่อยเห็น 105 up แน่นอน และพุ่งไปถึง 110 ในที่สุด ซึ่งถ้าปล่อยไปเกิน 120 แล้วยังเอาไม่อยู่ พุ่งใกล้ๆ หรือเลย 130 ไปก็อาจจะเจออาการชาร์พละลาย คราวนี้จะพังยับเลย (ส่วนไอ้ 90 ที่ผมบอกนี่คือตอนคลานเอาช่วงเช้าๆ อากาศเย็นๆ) ผมขับรถไม่สนุกเลย สนุกกับเสียงท่ออย่างเดียว เพราะเอะอะความร้อนก็ขึ้นตลอด ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่ผมได้รับจากที่สมาชิก sss คุยกันในหลายๆ กระทู้ ทำให้ผมรู้ว่ารถผมมีอุณหภูมิสูงกว่ารถเพื่อนๆ อยู่ประมาณ 10 องศา แรกๆ ผมก็คิดถึง Oil Cooler เหมือนกัน แต่พอได้คุยกับโบ๊ทเล็กและต้น gc ผมเลยยังไม่ไปติดตั้ง เพราะจากที่อ่านๆ มา มันไม่สามารถลดอุณหภูมิน้ำมันเครื่องได้ถึง 10 องศาแน่ๆ เห็นอยู่ในช่วงประมาณ 3-5 เท่านั้น นั่นก็บ่งชี้ว่ารถผมมีสิ่งผิดปกติแน่นอน เพียงแต่ยังหาไม่เจอเพราะยังไม่ได้เข้าอู่

แต่ยังไม่ทันได้เอารถเข้าเช็ค มันก็ดันเสียซะก่อนจากอาการน้ำรั่ว แรกๆ ผมคิดว่ามาจากท่อยาง แต่พอก้มดูกับช่างเห็นรั่วอยู่ใต้คอไอดี ตรงจุดที่เป็นแป๊ปน้ำ รูรั่วเท่ากับตามด ต้องเอาปั๋มอัดน้ำถึงพุ่งออกมาเป็นสาย ผมก็เลยรู้ว่าไอ้สีสนิมในหม้อน้ำของผมมันมาจากจุดนี้นี่เอง และคงจะเป็นมานานมากๆ แล้วแต่เราไม่รู้ อาจเป็นเพราะเจ้าของท่านเดิมท่านจอดมากกว่าวิ่ง แล้วคูลแลนท์มันไปทำปฏิกิริยาและกัดท่อแป๊ปน้ำ ต่อจากนั้นก็เป็นอาการสะสมของสนิม ซึ่งก็ไปบล็อกการเดินทางของน้ำทำให้การหมุนวนไม่เป็นปกติ แต่ที่มีผลยิ่งกว่านั้นคือพัดลมไฟฟ้าของรถผม ซึ่งถ้าไม่รื้อออกมาก็จะไม่ทราบเลยว่ามันทำงานช้ากว่าปกติ เอามือตบเปรี้ยงเข้าไปก็ปั่นจี๋เลย อาจเป็นเพราะเริ่มเก่าและเสื่อม ซึ่งก็เป็นอาการปกติทั่วไปของพัดลมไฟฟ้า เพียงแต่เราไม่เคยนึกถึงมันแค่นั้นเอง แล้วช่างก็เปลี่ยนท่อน้ำให้ผมอีก 2 ชิ้นเพราะมันก็เริ่มเก่าแล้วเหมือนกัน มันก็เหมือนปัญหาเส้นผมบังภูเขานะครับ

แค่เปลี่ยน 3 อย่างที่ผมพูดมานี่แหละ อุณหภูมิน้ำมันเครื่องของรถผมลดลงไป 10 องศาทันที เดี๋ยวนี้ผมกดยาวแทบไม่มียกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต้องยกตลอดเวลาเหมือนพวกขับแดร็ก ใครวิ่งยาวเชิญก่อน ตอนนี้ผมขับรถมีความสุขมากๆ พอๆ กับวันที่ไปรับรถวันแรกเลย

อยากแนะนำว่าอาการแบบนี้ให้ช่างไล่ให้ดีกว่าครับ เพราะหากเราฟันธงแล้วไปแก้เองแต่ไม่ถูกจุดมันอาจจะทำให้เสียตังค์ซ้ำซ้อนและเสียอารมณ์ได้ ผมแนบลิ๊งค์เรื่อง Oil Cooler ของซูมาให้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมด้วย ลองอ่านดูนะครับ

http://www.siamsubaru.com/subaruboard/index.php?topic=92246.0

http://www.subaruclubthailand.com/viewtopic.php?t=2228&sid=89e7443f5919b32f506cfd634237032f

 :bbbear_35:

--- End quote ---
ขอบคุณครับ พี่ปุ้ยมีอู่แนะนำไหมครับ

Onochayama:
ขอบคุณครับพี่ปุ้ยสําหรับข้อมูลดีๆ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version