General Discussion > Siam Subaru Society Forum

จูนให้รถ ตด ปุ่งปั้ง มีข้อดีหรือข้อเสียยังไงครับ แล้วก็เรื่องเกียร์ครับ

<< < (2/3) > >>

pomaru:
ผมจะขอพูดถึง anti lagเป็นหลักนะครับ

ข้อเสีย

 1. อย่างน้อยๆก็ต้องเสียตังค์ซ่อมระบบไอเสียบ่อยมาก ยิ่งมี anti lag ยิ่งซ่อมบ่อย โดยเฉพาะ

 รอยเชื่อม ปะเก็นและข้อต่อต่างๆตั้งแต่เฮดยันฟร้อนไป้ป์ (รวมๆแล้วคงซื้อเฮดใหม่ได้อีกชุดแล้วสำหรับผม)

 ถ้าตรวจสอบเองได้จะดีมาก จะช่วยได้เยอะเพราะบางที

 ช่างเองก็ยังหาจุดรั่วลำบาก ในบางกรณี

 2. สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะการจะจูนแล้วมีการระเบิดตามมาในระบบไอเสีย

 เท่าที่ทราบ 1.ไฟอ่อน 2. น้ำมันหนา 3.ตั้งใจให้เกิด อยู่ที่กล่องและจูนเนอร์ด้วย

 3. ถ้า anti lag อันนี้ช่วงต่อเกียร์เห็นผลพอสมควร แต่จะมีผลเสียกับโข่งหลัง ใบหลัง

 และระบบไอเสียอย่างมาก(แนะนำให้ใช้ยามจำเป็นจริงๆเท่านั้นถ้าอยู่บนถนน)

 4. เทอร์โบพังเร็วมาก ผมเปลี่ยนปีละ 1 ลูก (ไม่ได้ใช้รถทุกวันด้วยครับ)

 5.หัวเทียนบอดเร็ว
 
 ข้อดี

 1. ช่วงต่อเกียร์ดีมาก (anti lag) ถ้าจูนหนาๆให้มันระเบิดอย่างเดียวอันนี้
 
  ไม่ค่อยรู้สึก เท่าที่สัมผัสมา

 2. จังหวะออกจากโค้ง หรือ ออกตัว โดดดึ๋งๆลอยๆเลยครับ (แต่มันมีจังหวะของมันนะ)

 3. หล่อ  ตรงที่มันระเบิดนี่แหละ(ดังมาากกก) แต่คนส่วนใหญ่(ทั่วไป)ไม่ชอบ

 4. เท่าที่ทราบจากจูนเนอร์ บอกว่ามันจะช่วยไล่ความร้อนในระบบด้วยอันนี้ไม่นับanti lag นะครับ



  เท่าที่นึกๆมาผมนึกได้เท่านี้ ถ้านึกได้เพิ่ม จะมาเพิ่มให้อีกนะครับ

 ปล.ปัจจุบันผมยังใช้ anti lag อยู่บ้าง แต่99.98% เวลาใช้รถ ผมปิดไว้ครับ
 
 แต่ถึงจะปิดระบบไว้ เวลายกคันเร่ง ก็มีบางจังหวะที่มันระเบิดออกมาบ้าง



  เรื่องเกียร์รอพี่ๆท่านอื่นแล้วกันนะครับ

  แต่ 350-400 เท่าที่เห็นๆกันก็ยังไม่พังนะครับ แต่ถ้าเกิน 400 ไปแล้วนี่ แนะนำ 6 speed เท่านั้นครับ

 

 

 

Tabuu:
คนข้างๆ มันสะดุ้งนะ

 :bbbear_39:

TAKUMI_RPS13:
รถผม200sx เคยคิดจะซื้อตัวนี้มาใช้ตามรูปอะเขาเรียกว่า Misfiring ล็อกรอบออกตัวเวลาออกตัวบูสมันจะไปดันที่เราตั้งไว้

มันจะ ปุ่งๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนพวกรถแข่ง Drag เวลาออกตัวใช้ ไม่รู้เหมือนกันไหมครับแต่ผมว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละแต่พอผมถาม

พี่ๆหลายๆอู่เขาบอกว่ามันไม่เหมาะกับโบเล็กและโบ std. มันจะกินใบหลังหมดผมเลยยกเลิกความคิดไปโบผมเดิมๆแต่มันหล่ออะ

ตอนออกตัว  :bbbear_43:


ขอยืมรูปเจ้าของมานะขอบคุณครับ

CaptaiN:
เคยขับตามตูดพี่ท่านนี้ กันชนหน้าผมแทบไหม้ 555555 :bbbear_36:


--- อ้างจาก: pomaru ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2012, 08:54:57 am ---ผมจะขอพูดถึง anti lagเป็นหลักนะครับ

ข้อเสีย

 1. อย่างน้อยๆก็ต้องเสียตังค์ซ่อมระบบไอเสียบ่อยมาก ยิ่งมี anti lag ยิ่งซ่อมบ่อย โดยเฉพาะ

 รอยเชื่อม ปะเก็นและข้อต่อต่างๆตั้งแต่เฮดยันฟร้อนไป้ป์ (รวมๆแล้วคงซื้อเฮดใหม่ได้อีกชุดแล้วสำหรับผม)

 ถ้าตรวจสอบเองได้จะดีมาก จะช่วยได้เยอะเพราะบางที

 ช่างเองก็ยังหาจุดรั่วลำบาก ในบางกรณี

 2. สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะการจะจูนแล้วมีการระเบิดตามมาในระบบไอเสีย

 เท่าที่ทราบ 1.ไฟอ่อน 2. น้ำมันหนา 3.ตั้งใจให้เกิด อยู่ที่กล่องและจูนเนอร์ด้วย

 3. ถ้า anti lag อันนี้ช่วงต่อเกียร์เห็นผลพอสมควร แต่จะมีผลเสียกับโข่งหลัง ใบหลัง

 และระบบไอเสียอย่างมาก(แนะนำให้ใช้ยามจำเป็นจริงๆเท่านั้นถ้าอยู่บนถนน)

 4. เทอร์โบพังเร็วมาก ผมเปลี่ยนปีละ 1 ลูก (ไม่ได้ใช้รถทุกวันด้วยครับ)

 5.หัวเทียนบอดเร็ว
 
 ข้อดี

 1. ช่วงต่อเกียร์ดีมาก (anti lag) ถ้าจูนหนาๆให้มันระเบิดอย่างเดียวอันนี้
 
  ไม่ค่อยรู้สึก เท่าที่สัมผัสมา

 2. จังหวะออกจากโค้ง หรือ ออกตัว โดดดึ๋งๆลอยๆเลยครับ (แต่มันมีจังหวะของมันนะ)

 3. หล่อ  ตรงที่มันระเบิดนี่แหละ(ดังมาากกก) แต่คนส่วนใหญ่(ทั่วไป)ไม่ชอบ

 4. เท่าที่ทราบจากจูนเนอร์ บอกว่ามันจะช่วยไล่ความร้อนในระบบด้วยอันนี้ไม่นับanti lag นะครับ



  เท่าที่นึกๆมาผมนึกได้เท่านี้ ถ้านึกได้เพิ่ม จะมาเพิ่มให้อีกนะครับ

 ปล.ปัจจุบันผมยังใช้ anti lag อยู่บ้าง แต่99.98% เวลาใช้รถ ผมปิดไว้ครับ
 
 แต่ถึงจะปิดระบบไว้ เวลายกคันเร่ง ก็มีบางจังหวะที่มันระเบิดออกมาบ้าง



  เรื่องเกียร์รอพี่ๆท่านอื่นแล้วกันนะครับ

  แต่ 350-400 เท่าที่เห็นๆกันก็ยังไม่พังนะครับ แต่ถ้าเกิน 400 ไปแล้วนี่ แนะนำ 6 speed เท่านั้นครับ

 

 

 

--- End quote ---

pomaru:

--- อ้างถึง ---เคยขับตามตูดพี่ท่านนี้ กันชนหน้าผมแทบไหม้ 555555
--- End quote ---

   :bbbear_24: :bbbear_32: :bbbear_43:

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version