General Discussion > Siam Subaru Society Forum

ถามเรื่องเทคนิกควบคุมรถขับหลังหน่อยครับ

<< < (2/5) > >>

Ricer:

--- อ้างจาก: Hiter ที่ เมษายน 28, 2011, 12:56:13 pm --- emo64o

--- End quote ---

โห!  ทำไปได้! อิมขับหลัง 1000 hp รึป่าวคับ!? 

maddoc:
โดยส่วนตัวคิดว่า รถเสมือนคานครับ อย่างที่อาจารย์อั๋นบอกครับ เวลาเข้าโค้ง ไม่ว่าจะเบรคหรือถอนคันเร่งเกิดปฎิกริยาได้คล้ายกันคือนำ้หนักรถถ่ายไปด้านหน้า แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นที่ล้อหน้ามากกว่า เมื่อหักพวงมาลัยจุดหมุุของรถเกิดที่ล้อหน้า ล้อหลังยังมีแรงเฉื่อย พาตัวรถหมุนไป เหมือนคานที่มีล้อหน้าเป็นจุดหมุน พอเราหักคืนพวงมาลัยไปในทิศทางที่ต้องการแรงเสียดทานที่ล้อหน้าลดลงทำให้การหมุนของรถไม่เกิดต่อ การเลี้ยงคันเร่งเพื่อสร้างแรงขับที่พอดีจึงพารถไปได้ตามที่เราต้องการ

สาหร่าย05:

--- อ้างจาก: maddoc ที่ เมษายน 28, 2011, 06:07:10 pm ---โดยส่วนตัวคิดว่า รถเสมือนคานครับ อย่างที่อาจารย์อั๋นบอกครับ เวลาเข้าโค้ง ไม่ว่าจะเบรคหรือถอนคันเร่งเกิดปฎิกริยาได้คล้ายกันคือนำ้หนักรถถ่ายไปด้านหน้า แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นที่ล้อหน้ามากกว่า เมื่อหักพวงมาลัยจุดหมุุของรถเกิดที่ล้อหน้า ล้อหลังยังมีแรงเฉื่อย พาตัวรถหมุนไป เหมือนคานที่มีล้อหน้าเป็นจุดหมุน พอเราหักคืนพวงมาลัยไปในทิศทางที่ต้องการแรงเสียดทานที่ล้อหน้าลดลงทำให้การหมุนของรถไม่เกิดต่อ การเลี้ยงคันเร่งเพื่อสร้างแรงขับที่พอดีจึงพารถไปได้ตามที่เราต้องการ

--- End quote ---

 emo65o ถูกต้องเลยครับ 

เมื่อพูดถึงคาน หรือแกน ผมก็จะอธิบายเพิ่มเติมหน่อย จะได้เข้าใจเหมือนๆกัน

แกนของรถ มีทั้งหมดสามทิศทาง(ถ้าใครอบรมกับผมหรือกับโตโยต้าไปน่าจะจำได้)

      แกนแรก คือแกน(สมมุติ)ที่อยู่กลางรถ จากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย เป็นแกนตามขวาง 

จะทำงานเมื่อรถเคลื่อนที่ไปด้านหน้า(หน้ายกขึ้น+หลังยุบลง) หรือเบรค/ยกคันเร่ง(หน้ายุบ+หลังยก) เป็นการถ่ายน้ำหนักแบบ หน้า-หลัง

      แกนที่สอง แกนตามยาว จากหน้ารถไปทะลุหลังรถ เกิดขึ้นตอนรถเลี้ยว จะมีการถ่ายน้ำหนักออกด้านข้าง เช่นโค้งขวา

เลี้ยวขวา รถจะเอียง-ถ่ายน้ำหนักไปทางซ้าย  ถ้านึกไม่ออก ลองขับตามรถทัวร์หรือรถเมล์สูงๆ จะเห็นได้ชัดเจน

      แกนที่สาม เป็นแกนที่เกิดขึ้นตรงกลาง(จุดหมุนกลางรถ จากหลังคาลงสู่พื้น เกิดขึ้นเมื่อรถเกิดอาการหมุน หรือพลิกทิศทางอย่างรวดเร็ว

เมื่อพิจารณาจากทั้งสามแกน(สมมุติ)แล้ว ลองสังเกตุดูว่า ถ้าเป็นรถขับหลัง+เครื่องวางหน้า เมื่อเบรคเข้าไปในโค้ง+เริ่มเลี้ยว สองแกนแรกจะทำงาน

และเมื่อกดคันเร่งออกจากโค้ง แบบตั้งใจให้เกิดอาการ oversteer น้ำหนักจะถ่ายกลับมาด้านหลังด้วยความรวดเร็ว  ถ้าเรา countersteer ไม่ทัน

แกนที่สามจะทำงาน(หมุน) หรือแม้กระทั่ง counter ทัน แต่ไม่ยอมกดคันเร่ง หรือกดมาก/น้อยไป ไม่พอดีกับองศาพวงมาลัย ก็หมุนได้เช่นกัน

 เรื่องการถ่ายน้ำหนัก ผมมองว่าสำคัญที่สุด ไม่ว่าเราจะขับรถแบบไหนก็ตาม ต้องเข้าใจว่า จะสั่งให้รถถ่ายน้ำหนักไปทิศทางไหน

และต้องทำทุกอย่างให้นุ่มนวลและรวดเร็วพอดี คำนี้ดูเหมือนง่าย แต่จะทำน่ะยากครับ คนที่ไม่เคยฝึกเรื่องนี้มาเลย ผมไม่แนะนำให้ไปขับรถแรงๆ

หรือรถที่เกิดอาการเหล่านี้ได้ง่ายๆ  พวกเราหลายคน ขับสี่มาตลอด ทำเครื่องแรงๆ ขับเอามันส์เข้าว่า แล้วเข้าใจว่าจะไปทำกับรถแบบไหนก็ได้

แบบนี้อันตรายแน่นอน    เร็วบนทางตรงๆ เกรียนบ้าพลังที่ไหนก็ทำได้ครับ แต่ถ้าต้องการควบคุมรถให้อยู่หมัด จำเป็นต้องฝึกฝนครับ

Ricer:

--- อ้างจาก: สาหร่าย05 ที่ เมษายน 29, 2011, 06:22:58 am --- emo65o ถูกต้องเลยครับ 

เมื่อพูดถึงคาน หรือแกน ผมก็จะอธิบายเพิ่มเติมหน่อย จะได้เข้าใจเหมือนๆกัน

แกนของรถ มีทั้งหมดสามทิศทาง(ถ้าใครอบรมกับผมหรือกับโตโยต้าไปน่าจะจำได้)

      แกนแรก คือแกน(สมมุติ)ที่อยู่กลางรถ จากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย เป็นแกนตามขวาง 

จะทำงานเมื่อรถเคลื่อนที่ไปด้านหน้า(หน้ายกขึ้น+หลังยุบลง) หรือเบรค/ยกคันเร่ง(หน้ายุบ+หลังยก) เป็นการถ่ายน้ำหนักแบบ หน้า-หลัง

      แกนที่สอง แกนตามยาว จากหน้ารถไปทะลุหลังรถ เกิดขึ้นตอนรถเลี้ยว จะมีการถ่ายน้ำหนักออกด้านข้าง เช่นโค้งขวา

เลี้ยวขวา รถจะเอียง-ถ่ายน้ำหนักไปทางซ้าย  ถ้านึกไม่ออก ลองขับตามรถทัวร์หรือรถเมล์สูงๆ จะเห็นได้ชัดเจน

      แกนที่สาม เป็นแกนที่เกิดขึ้นตรงกลาง(จุดหมุนกลางรถ จากหลังคาลงสู่พื้น เกิดขึ้นเมื่อรถเกิดอาการหมุน หรือพลิกทิศทางอย่างรวดเร็ว

เมื่อพิจารณาจากทั้งสามแกน(สมมุติ)แล้ว ลองสังเกตุดูว่า ถ้าเป็นรถขับหลัง+เครื่องวางหน้า เมื่อเบรคเข้าไปในโค้ง+เริ่มเลี้ยว สองแกนแรกจะทำงาน

และเมื่อกดคันเร่งออกจากโค้ง แบบตั้งใจให้เกิดอาการ oversteer น้ำหนักจะถ่ายกลับมาด้านหลังด้วยความรวดเร็ว  ถ้าเรา countersteer ไม่ทัน

แกนที่สามจะทำงาน(หมุน) หรือแม้กระทั่ง counter ทัน แต่ไม่ยอมกดคันเร่ง หรือกดมาก/น้อยไป ไม่พอดีกับองศาพวงมาลัย ก็หมุนได้เช่นกัน

 เรื่องการถ่ายน้ำหนัก ผมมองว่าสำคัญที่สุด ไม่ว่าเราจะขับรถแบบไหนก็ตาม ต้องเข้าใจว่า จะสั่งให้รถถ่ายน้ำหนักไปทิศทางไหน

และต้องทำทุกอย่างให้นุ่มนวลและรวดเร็วพอดี คำนี้ดูเหมือนง่าย แต่จะทำน่ะยากครับ คนที่ไม่เคยฝึกเรื่องนี้มาเลย ผมไม่แนะนำให้ไปขับรถแรงๆ

หรือรถที่เกิดอาการเหล่านี้ได้ง่ายๆ  พวกเราหลายคน ขับสี่มาตลอด ทำเครื่องแรงๆ ขับเอามันส์เข้าว่า แล้วเข้าใจว่าจะไปทำกับรถแบบไหนก็ได้

แบบนี้อันตรายแน่นอน    เร็วบนทางตรงๆ เกรียนบ้าพลังที่ไหนก็ทำได้ครับ แต่ถ้าต้องการควบคุมรถให้อยู่หมัด จำเป็นต้องฝึกฝนครับ

--- End quote ---
emo28o   เป็นอีกเหตุผลนึงที่คิดๆว่าจะลองฝึกขับหลังให้เข้าโค้งได้อย่างที่ใจคิดครับ เพราะรู้สึกเหมือนโดนทำให้เสียนิสัยโดยรถขับสี่อยุ่พักใหญ่ๆ  emo28o

สาหร่าย05:

--- อ้างจาก: Ricer ที่ เมษายน 30, 2011, 02:06:01 pm --- emo28o   เป็นอีกเหตุผลนึงที่คิดๆว่าจะลองฝึกขับหลังให้เข้าโค้งได้อย่างที่ใจคิดครับ เพราะรู้สึกเหมือนโดนทำให้เสียนิสัยโดยรถขับสี่อยุ่พักใหญ่ๆ  emo28o

--- End quote ---

 emo64o

 แต่ถ้าจะเอาแบบ ฝึกทีเดียวเจ๋งไปเลย ต้องพวก RR หรือ MR ครับ

RR ก็หายาก หรือหาได้ก็แพงหน่อย พวกกบมหาประลัยทั้งหลาย ยิ่งถ้าได้รุ่นใหม่ๆดิบๆยิ่งดี

MR อันนี้รถญี่ปุ่นยังพอหามาขับได้ จะเป็นโตโยต้า ทั้ง MR2 MRS หรือถ้างบเยอะ ก็ดอกบัว-Exige อะไรประมาณนี้

ผมเอง เผอิญว่า ได้มีโอกาสทดสอบรถพวกนี้อยู่บ้าง(ไปจนถึงบ่อยๆ) พอจะจับใจความได้ว่า อันที่จริงแล้ว

รถทุกประเภทที่เล่ามาตั้งแต่แรก มันมีความยากและง่ายในการควบคุมบังคับอยู่เหมือนกัน  รถที่ดูเหมือนจะขับง่ายที่สุดแบบขับสี่

จริงๆแล้วไม่ใช่รถขับง่ายนะครับ ถ้าเราขับแบบจริงจัง-เน้นรีดสมรรถนะออกมาเต็มที่ อาการที่จะเจอ รับรองว่าไม่หมู ถ้าประมาท

รถขับหน้านี่แหละที่จะควบคุมง่ายที่สุดในบรรดารถทุกๆแบบที่ว่าไว้ แต่ก็อย่าไว้ใจขับหน้าแรงๆ พวกอุปกรณ์ครบๆ แบบนั้นก็เอาเรื่อง

ขับหลัง (ดู)เหมือนจะคุมยากที่สุด แต่ก็มาแบ่งว่า เครื่องหน้า หรือเครื่องกลาง หรือเครื่องหลัง  ถ้าเป็นรถตลาดทั่วไป เครื่องหน้า-ขับหลัง

แบบนั้นเรียนรู้ซักหน่อยก็ขับให้สนุกได้   สำหรับผมนะครับ เครื่องวางกลางขับหลังนี่แหละ รถครูชั้นดี  ใครมีโอกาสหามาลองขับ

ลองควบคุมได้ รับรองว่าไปขับรถแบบไหน ก็ใช้เวลาไม่นานในการเอาให้อยู่หมัด  emo65o

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version