General Discussion > Siam Subaru Society Forum
ถามเพื่อนๆเรื่องไฟความร้อนกระพริบ ในแมวหน่อยครับ....
signifer:
รถเป็นแมวพันห้าเกียร์ธรรมดานะครับ
สืบเนื่องมาจากเมื่อวาน ผมขับรถไปอยุธยา ขาไปก็วิ่งประมาณ 100-110 ที่เกียร์ห้า มีแซงบ้างประปราย ก็ยังปกติ ส่วนขากลับซัดตลอดเส้น ลากประมาณ 5000-7000 รอบตลอด เพราะแซงรถใหญ่น่ะครับ
ผมเดินทางคนเดียว เลยใช้ความเร็วประมาณ 120-130 มีแซงตลอดทาง ตั้งแต่ อ.เสนา จนเข้ามาถึงปทุม ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
แล้วไฟความร้อนขึ้นสีแดง กระพริบสามครั้ง ผมก็ถอน สักแป๊บมันก็ดับไป เลยขับที่ 80 เรื่อยๆไม่ลากรอบ จนจอดแวะปั๊ม เปิดดูพบว่า มีน้ำเดือดปุ๊ดๆ ที่กระปุกพักน้ำ
และมีเหมือนลักษณะน้ำหม้อน้ำ มันทะลักจากหม้อพักน้ำพลาสติก เปรอะตามรอบๆ บริเวณนั้น แต่เท่าที่ดูพัดลมมันก็ทำงานปกติทั้งสองตัว ตัวขวามือ(หันหน้าเข้าหาเครื่อง) ทำงานตลอดสเตปแรง ส่วนตัวซ้ายทำงานตามคอมแอร์
ซึ่งแอร์ก็เย็นปกติไม่มีปัญหาอะไร โทรเข้าศูนย์แม่ง....ไม่มีคนรับเลย โทรหาเซลล์(คุณโย) ดีมากๆครั้ง เป็นวันอาทิตย์แต่ก็รับสาย และก็พูดคุยกันพอสมควร เลยรู้จากคุณโยว่า วันอาทิตย์แผนกช่างปิด
คุณโยบอกว่า อาจจะเพราะการขับที่หนักหน่วงในระยะเวลานาน ทำให้น้ำหม้อน้ำมันระบายไม่ทัน ทำให้เกิดอาการตัวร้อนขึ้น ส่วนถ้าฮีตเลย จะไฟแดงค้าง หลังจากคุยกับกับคุณโยเสร็จผมก็พักรถประมาณ 20 นาที
หลังสตาร์ทรถก็ปกตินะครับ แต่น้ำในหม้อพักน้ำหายหมดเลย ก็เลยเอาน้ำแร่ที่ปั๊มเอสโซ่มันแถมเติมเข้าไปในหม้อพักน้ำให้ได้ระยะ แล้วก็ล้างๆไอ้คราบน้ำหม้อน้ำสีเขียวที่เปรอะๆ บริเวณนั้นไปในตัวเลย
ผมคิดในใจ ....แล้วถ้ารถกูมาตายวันอาทิตย์ เหมือนเมื่อวาน นี่แปลว่ากูต้องช่วยตัวกูเองใช่มั๊ย คุณอภิชัยตอบผมด้วยนะครับ...ฮอตลงฮอตไลน์แม่งก็ไม่มีด้วย เซ็งนิดๆ ดีนะเซลล์ที่ดูแลผมดีมากๆ ปรึกษาได้แทบทุกเรื่อง
ทีนี้อยากถามเพื่อนๆ ที่ขับแมวว่าเคยมีอาการแบบรถผมหรือเปล่าครับ หรือใครเคยมีประสบการณ์ฮีตๆ ลองแชร์ให้ฟังหน่อยได้มั๊ยครับ ?
ผมควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่มอเตอร์อิมเมจเพิ่มเติมหรือไม่? (หลังจากเกิดเหตุการณ์ผมก็ขับรถขึ้นทางด่วนมาลงแจ้งวัฒนะ และขับกลับบ้าน ขับที่ 90 มันก็ไม่มีอาการดังกล่าวอีก มาถึงบ้านเปิดเช็คห้องเครื่องก็ไม่มีคราบน้ำหม้อน้ำอีก)
สุดท้าย ผมควรเปลี่ยนถ่ายน้ำหม้อน้ำใหม่จะดีมั๊ยครับ ? และหาคูลแลนท์ดีๆ ใส่? ขอคำแนะนำด้วยครับ
(อาทิตย์หน้าผมมีเดินทางไปพัทยาด้วยครับ....มีเรียนขับรถแข่งที่พีระด้วย เสียวเลยนะเนี่ย...)
ขอบคุณครับ
//art//
WhiTeScooBY:
การใช้รอบเครื่องยนต์สูง เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ระบบน้ำหล่อเย็นหมุนเวียนด้วยความเร็วสูงเช่นกัน
น้ำร้อนที่เพิ่งออกมาจากเครื่องยนต์ พอเข้าสู่หม้อน้ำ ก็ยังไม่ทันระบายความร้อนออกได้พอเพียง ก็ต้องหมุนเวียนกลับไปเข้าเครื่องยนต์อีกแล้วครับ
อุณหภูมิน้ำจึงสูงขึ้นเรื่อยๆจนเกิน 100C และความดันในระบบน้ำหล่อเย็นเกิน จึงดันออกทางวาล์วที่ฝาหม้อน้ำนั่งเองครับ
แนะนำว่าเวลาขับทางไกล ควรใช้รอบเครื่องสูงและต่ำ ขับเร็วและผ่อนความเร็วลงบ้าง สลับกันไปครับ และหมั่นตรวจระดับน้ำหล่อเย็นอย่างน้อย สัปดาห์ละครั้ง
pimniyoum:
ใช้แมวsti2500ไม่มีปันหาไรนะคับเคยเหยียบก็ไม่เป็นไรสงสัยเท้าไม่หนักพอรถเลยไม่เปนไรแต่จะมีปันหาเรื่องoil temp มันสูงเวลาเหยียบต้องไปหา oil coolerมาใส่
wildstocks:
2.0 ผมขับ 160 กรุงเทพ ลพบุรี ลากยาวรอบสูง ยังไม่เป็นแต่บางครั้งก็ผ่อน วิ่งประมาณ 3000 กว่ารอบ ก็โอเคอยู่น่า แต่ผมเช้ามืดเลยอะ
แต่ผมสังเกตุนะถ้าอากาศข้างนอกร้อน รถจะตื้อๆแปลก ผมว่าเหมือนรถมันเป็นสเปก สหประชาชาติ เลยอาจไม่ได้ทำมาเพื่ออากาศร้อนแบบบ้านเรา
โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและน้ำมันหล่อลื่นก็เป็นได้
signifer:
ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ มาอัพเดตนิดนึง
หลังจากที่ถามๆไปเมื่อวานเย็นๆเลยตัดสินใจเปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำใหม่ไปเลยให้สบายใจดีกว่า
ก็เอาน้ำกรองจากตู้น้ำใส่ครับ รวมกับคูลแลนท์ของพีค สองขวด ตอนที่ถ่ายน้ำหม้อน้ำออกมาน้ำก็เขียวใสดีอยู่ไม่มีคราบอะไรนะ
แต่เอาสบายใจดีกว่า วันนี้ก็ไม่พบอาการดังกล่าวอีกนะครับ ก็วิ่งเร็วๆเหมือนกัน สังเกตุว่าถ้าไม่เกิน 3000 รอบมันก็วิ่งดี
แต่ถ้าลากๆเค้นๆหนัก ถี่ๆ น้ำมันเครื่องโทเทลกระป๋องทอง 5W-30 ก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน
วันที่เกิดเหตุลากหนักจริงๆครับ ไม่ต่ำกว่า 3500 รอบตลอดเส้นทางจากอยุธยา ถึงปทุมราวๆ 40 โลได้ วิ่งประมาณ 40 นาทีครับ มันเลยเป็นเรื่อง
และเมื่อวันทีเกิดเหตุอากาศภายนอกประมาณ 34-35 องศาด้วยครับ ร้อนใช้ได้เลย
ช่วงนี้สังเกตุคราบน้ำต่างๆ บนพื้นโรงรถก็ไม่พบเห็นนะครับ เป็นปกติดี ระดับน้ำหม้อพักน้ำ ก็ปกติดีไม่ได้พร่องอะไรครับ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
Go to full version