ผู้เขียน หัวข้อ: จริงเหรอครับที่รถกะบะท้ายปัดง่าย? จากกระทู้อุทาหรณ์ของ aUng Pao  (อ่าน 11923 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ E-Boat

  • *
  • กระทู้: 57
  • Popular Vote : 0
  • ตูดดำๆ น้องใจเย็น
    • My Space ผมครับ
    • อีเมล์
ยังไม่เคยหลุดแบบไม่ตั้งใจนะครับ

แต่ที่เกือบๆก็มี 2 กรณี

1  จังหวะเข้าโค้งแล้วรถกระดอน

พอกระดอนเสร็จจังหวะยุบ แล้วเด้งอีกที รถมันเหมือนๆจะไป

2  วิ่งเร็วเกินไป
ตั้งแต่ขับวีโก้แล้ว ขับรถเร็วขึ้นมากเลย มันแซงง่าย  ทัศนวิสัยดี มารยาทการขับแย่ลงนิดนีงด้วย
มันมีอารมณ์ ว่ารถทุกขันขับช้าไปหมด อึดอัด

Ps. แนบdyno มาให้ดูเล่นครับ dyno รอบ 2 ได้ 530 nm
รถแรงเกินคนขับแล้ว :grazy:



ออฟไลน์ Bluejeans

  • *
  • กระทู้: 841
  • Popular Vote : 2
  • น้องอิมชอบขับรถค่า
    • อีเมล์
ยังไม่เคยหลุดแบบไม่ตั้งใจนะครับ

แต่ที่เกือบๆก็มี 2 กรณี

1  จังหวะเข้าโค้งแล้วรถกระดอน

พอกระดอนเสร็จจังหวะยุบ แล้วเด้งอีกที รถมันเหมือนๆจะไป

2  วิ่งเร็วเกินไป
ตั้งแต่ขับวีโก้แล้ว ขับรถเร็วขึ้นมากเลย มันแซงง่าย  ทัศนวิสัยดี มารยาทการขับแย่ลงนิดนีงด้วย
มันมีอารมณ์ ว่ารถทุกขันขับช้าไปหมด อึดอัด

Ps. แนบdyno มาให้ดูเล่นครับ dyno รอบ 2 ได้ 530 nm
รถแรงเกินคนขับแล้ว :grazy:




 :eek:
แรงเกินคนขับจริงๆ

ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านนะครับ ที่แวะเข้ามาแบ่งปันความรู้ และความคิดเห็น
มีประโยชน์มากสำหรับผม เพราะไม่ค่อยได้ขับกะบะ แต่ถ้าได้ขับจะได้ระวังไว้
และเวลาขับร่วมถนนกะพี่กะบะทั้งหลาย จะได้เข้าใจธรรมชาติ และอาการที่อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างของรถกะบะที่ร่วมถนน

เพราะผมเห็นเพื่อนผมหลายคนที่ขับกะบะ ขับด้วยอาการแบบว่า ข้าไม่กลัวใคร ข้ารถใหญ่ และเวลาเจอแอ่งน้ำ มันขับมาเร็วๆไม่พอ ดันชอบยัดเข้าไปอีก
ผมล่ะเสียวแทนจริงๆ เกิดยางไม่ดีเข้าสักวัน ซวยแน่ๆ

ออฟไลน์ iMPrugeZa

  • <Custom Title>
  • *
  • กระทู้: 1,630
  • Popular Vote : 0
  • <Personal Text>
ปัญหาหลักก็คงเป็นพวกแรงบิดของเครื่องยนต์ Diesel ที่มันจะมาเร็ว และมาหนักกว่ารถ sedan ปรกตินะครับ

คนไม่ชิน หรือ ด่วนใจร้อน หรือไม่รู้จักอาการ หรือ ประเภทของรถที่เราขับ ก็อาจจะลำบากหน่อย

ส่วนตัวผมเอง ผมใช้  Vigo ในวันธรรมดา ก็ประสบปัญหาบาง...........ย้ำว่า บ้าง นะครับ

Vigo ของผมเป็นตัวเกียร์ Auto ขับเคลื่อน 4 ล้อ และสามารถปรับเป้น ขับ 2 และขับ 4 แบบ Hi low ได้


เนื่องจากปรกติ ก็จะปรับอยุ่ที่ขับ 2 เพื่อที่จะ ประหยัดน้ำมัน และลดอาการหน่วงของระบบขับ 4 เมื่ออยู่ในย่านความเร็วสูง

ก็จะทำให้มีปัญหาบ้าง เวลาที่ฝนตก เวลากลับรถ หรือออกตัวบางที ก็จะมีอาการ ลื่นไถลบ้าง บางครั้ง

ดันนั้นเมื่อผมประสบปัญหานี้ วิธีแก้ปัญหาง่ายๆของผมเลยก็คือ เมื่อฝนตก ก็ปรับกลับให้เป้นขับ 4 เพื่อให้แรงบิดที่มีเยอะ ถ่ายไปยังล้อ 4 ล้อ จึงทำให้ลดแรงบิดในล้อหลัง ที่เกิดการ สลิปจาก พื้นที่ลื่น และยางที่อาจจะรีบน้ำได้ไม่ดี


แต่การแก้ปัญหาของผมนั้นจะไม่ได้ผล ในรถที่เป็นพวก ขับ 2 ยกสูงนะครับ ......... เช่น Vigo pre runner , Triton Plus หรืออีกหลายๆแบรนที่ทำ ขับ 2 ยกสูง

ถึงแม้ว่า.........ในบางครั้ง ก็อยากสนุกบ้าง อยากลองอาการท้ายไหลบ้าง Vigo ของผมเป็นตัวเกียร์ Auto เมื่อพอปรับเป็นขับ 2 เพื่อให้มันไหลเอาสนุกๆ แบบไม่เดือดร้อนคนอื่นๆ พอมันไหลไปซักพัก ก็ยกคันเร่ง การแก้อาการนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เหตุผลก็คือเรื่องของ น้ำหนักรถที่ค่อนข้างจะเยอะ เมื่อไม่มีแรงบิดถ่ายจาก ทอร์คคอนเวอเตอร์ อาการที่ว่าไหล ก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่งเมื่อเรายกคันเร่งทิ้งทันที



จริงๆแล้วปัญหาเรื่องแรงบิดเยอะๆ มารอบต้นๆ ของรถกระบะ ก็ไม่ต่างอะไรกะ อาการที่รถ Drift ที่ Set มาวิ่งแบบนั้น เพียงแต่ว่า กำลังของรถ Drift มาเมื่อ Turbo ทำงาน ในรอบปลาย

แต่รถกระบะ มันมาเร็วกว่าเท่านั้นเอง ในแง่ของการเดินคันเร่ง เพราะรถกระบะสมัยใหม่นั้น มีทั้ง คอมม่อนเรียล หรือแม้แต่ Turbo แปรผัน ซึ่งนั้นทำให้เร่งแรงบิดในรอบต้นๆให้มาเร็วขึ้นทั้งนั้น


อีกเรื่องนึงที่ดูเหมือนจะสำคัญแต่ก็เป้นเรื่องรอง ก็คือเรื่องน้ำหนักรถ แต่ในกรณีนี้ ถ้าคิดในเรื่องของ วงเลี้ยว และ ความเร็วในการเลี้ยวแล้ว ยังถูกถือว่าเป็นเรื่องรองลงมา

เพราะถ้าคุณเข้าเร็วมากไป วงเลี้ยวแคบเกินไป เกิน limit ของรถ มันก็ไม่น่าตกใจนี่ครับ หากว่ามันจะปัดบ้าง


ขอบคณครับอัศ  :agree:

เหมือนโดนกดดันให้ตอบเลยครับพี่ :sleepy:

ถ้ารายละเอียดเฉพาะของกระบะ คงต้องพี่อั๋น เพราะผมไม่เคยขับในสนาม หรือ ขับเร็วๆ เคยแต่ขับบนถนนบ้าง กับ เคยนั่งรุ่นน้องเอามาดริฟเล่น แค่นั้น ขอตอบในแง่รวมๆแล้วกันนะครับ

ในความเห็นของผม คิดว่ามีหลายๆปัจจัยรวมๆกัน คือ

๑. กระบะเดี๋ยวนี้เครื่องค่อนข้างแรง แรงบิดรอบต่ำดี แต่เหตุผลนี้ ผมว่าอาจจะไม่ใช่เหตุผลหลักของอุบัติเหตุที่เกิด เพราะจะกดคันเร่งแล้วขวาง ก็คงเป็นเกียร์หนึ่งเกียร์สองอย่างมาก คงไม่ได้ถึงกับอันตรายมาก เพราะความเร็วไม่สูง

๒. คนขับ ส่วนใหญ่ขับกันเร็วเกินกว่าที่ควรจะขับ ณ สภาพนั้นๆ อันนี้ผมว่าเป็นสาเหตุหลัก อาจจะเพราะว่ากระบะสมัยนี้ วิ่งเร็วแล้วช่วงล่างก็ยังนิ่ง รู้สึกปลอดภัย เลยมั่นใจ แต่คงน้อยคนที่เคยเอามาลองในสนาม เลยอาจจะไม่รู้ว่าที่รู้สึกมั่นใจ มันเกินจากความเป็นจริงหรือเปล่า คงน้อยคนที่จะรู้ ว่ารถตัวเองที่ลิมิต มันรู้สึกแบบไหน

๓. ไม่ค่อยเสียดายรถ อาจจะเหมือนกับ ถือว่ากระบะ ต้องทนทาน ลุยได้ อะไรแบบนั้น เลยเหมือนกับไม่ได้ระวังเท่าที่ควร

๔. โดยธรรมชาติของรถกระบะ เป็นอะไรที่เสียเปรียบรถเก๋งอยู่แล้ว ในแง่ของ physics มันเป็นอะไรที่ต้อง compromise  คือ การออกแบบระบบต่างๆ เช่นช่วงล่าง หรือ ระบบเบรค ต้องเผื่อไว้ให้ขับ "ได้"  ทั้งตอนที่ใส่ของเต็มหลังรถ กับ ตอนที่ไม่ใส่อะไร อีกทั้งยังเป็นรถที่สูงกว่ารถทั่วๆไป ซึ่งเสียเปรียบอยู่แล้ว แถมราคา ก็ต้องไม่แพง ต่างจากพวก SUV เช่น X5, M-Class, etc. ที่ทำมาขายอีกตลาดนึง ยอมลงทุนเพื่อจะลดข้อเสียเปรียบได้

๕. โจทย์ สำหรับในแง่การตลาด ในการสร้างรถกระบะ ผมว่า กว้างมากๆ สมัยนี้ ยิ่งกว้างกว่าเดิมอีกด้วย เคยได้ยินเรื่องของผู้ผลิตรายหนึ่งที่ประสพความสำเร็จเป็นเจ้าแรกๆของเมืองไทย เค้าบอกว่า ตอนนั้น คู่แข่งสร้างรถโดยที่ยึดตามกฏหมาย เช่น กฏหมายบอกว่า รถกระบะ สามารถขนของหนักได้เท่านั้นเท่านี้ ก็ออกแบบตามนั้น แต่ผู้ผลิตรายนี้ ไม่ได้ออกแบบตามกฏหมาย แต่ออกแบบตามการใช้งานของลูกค้า ซึ่ง ไม่ตรงกับกฏหมาย รถที่เค้าทำออกมาขาย เลยทนทาน ใช้งานได้ตามสภาพการใช้งานจริง  พอมาถึงวันนี้ รถกระบะ สำหรับเมืองไทย รุ่นหลังๆนี่ ทำมาเบียดตลาดรถเก๋งอีกต่างหาก เลยยิ่งต้อง compromise มากขึ้น ต้องนั่งสบายกว่ารุ่นก่อนๆด้วย  เลยเหมือนกับเป็นเป็ด ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้เก่ง

๖. เรื่องรายละเอียดปลีกย่อย ไม่แน่ใจว่าเจ้าของรถกระบะเค้าเช็คกันมากน้อยขนาดไหน เช่น ถ้าใส่ของเยอะ ต้องเติมลมหลังเยอะ พอเอาของออกแล้วลืมปล่อยหรือเปล่า อันนี้ก็จะทำให้หมุนง่ายๆ หรือ สภาพยางหลังของรถที่ใช้งานใส่ของ อาจจะหมดเร็ว ได้สังเกตุกันมากน้อยขนาดไหน เพราะถ้าเป็นรถบ้านทั่วๆไป ส่วนใหญ่ยางหน้าจะหมดสภาพก่อน ก็จะไม่หมุน

ถ้าเรื่อง handling ของตุ๊กๆ ได้ข่าวว่าจารย์อั๋น โปรมากครับ เดี๋ยวต้องรอเค้ามาตอบ :supergrin:

ไม่ได้กดดัน  :supergrin: พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็นก้องในบอร์ดเท่าไหร ขอบคณครับ  :agree:
<Signature>

ออฟไลน์ Bucephalus

  • *
  • กระทู้: 22
  • Popular Vote : 0
ดูจากรูป ยางติดรถรุ่นนี้ห่วยจริงๆแหละ
เพราะผมก็ใช้ dmax อยู่ ลายดอกยาง สลับฟันปลา รีดน้ำได้ห่วยมาก ถ้าถนนเปียกแล้วเดินคันเร่งเกินกว่าที่มันรับได้ล่ะก็ ปัดแถเลยแหละ

ออฟไลน์ สาหร่าย05

  • *
  • กระทู้: 3,439
  • Popular Vote : 32
 :smokin:

 ผมว่ารถกระบะมันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบบรรทุกนะครับ แต่ก็อย่างที่ก้องและหลายๆท่านให้ความเห็นไว้ก็คือ กระบะสมัยนี้มันทำได้หลายอย่าง

เหมือนกับเอาการตลาดมานำ จนทำให้รถกระบะ กลายเป็นรถเอนกประสงค์ไปแล้ว ทั้งที่การใช้งานจริงๆ มันทำแบบนั้นได้ยาก

ช่วงล่างของกระบะ ไม่ว่าจะขับสองหรือขับสี่ ไม่ว่าจะไปยกมา หรือพยายามออกแบบให้เหมือนรถแบบอื่นก็ตาม สุดท้ายแล้วก็คือต้องเน้นเรื่องการบรรทุก

เมื่อไม่มีน้ำหนักบรรทุก แน่นอนว่าท้ายมันก็เบาหวิว เท่ากับเสียสมดุลย์ของรถไปเรียบร้อย พร้อมจะหมุน จะปัด จะเหวี่ยงอยู่เสมอ

ผมมองว่ากระบะที่ขายอยู่ในปัจจุบัน มีส่วนทำให้คนไทยนิสัยเสีย ด้วยการใส่เครื่องแรงๆเข้าไปจนเกินสมรรถนะ(ของช่วงล่างและยาง)

อย่างนี้ เราทำอะไรไม่ได้มากหรอกครับ นอกจากต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ




ถ้าเรื่อง handling ของตุ๊กๆ ได้ข่าวว่าจารย์อั๋น โปรมากครับ เดี๋ยวต้องรอเค้ามาตอบ :supergrin:

 ไม่ได้โปรครับก้อง แค่ได้ลองอะไรสนุกๆนิดๆหน่อยๆ  :laugh: :lol:

คือไม่ว่าจะกี่ล้อก็ตาม ผมว่าคนขับต้อง "เข้าใจรถ" ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เข้าใจ ก็คือ เข้าใจเรื่องกฏทางฟิสิกส์ เรื่องการทรงตัว การถ่ายน้ำหนัก แรงเหวี่ยง ฯลฯ ผมคงสาธยายมากไม่ได้ ไม่ได้เรียนวิทย์มา

แต่ทุกครั้งที่ได้ลองรถอะไรก็ตาม เราต้องหาธรรมชาติของรถคันนั้นๆให้เจอ และทำความเข้าใจไว้ก่อน อย่าพยายามไปฝืน แค่นั้นละครับ :supergrin:
บ้าพลัง คลั่งอำนาจ  เชิญใส่กระโปรง แล้วออกไป๊!!!

ออฟไลน์ Bluejeans

  • *
  • กระทู้: 841
  • Popular Vote : 2
  • น้องอิมชอบขับรถค่า
    • อีเมล์
 :agree:
คิดถูกจริงๆ ที่มาโพสถามใน SSS เพราะได้มุมมองหลากหลายครับ
และไม่ค่อยเป็นด้านลบอย่างเดียว แต่มาพร้อมเหตุและผล ว่าทำไมถึงแบบนั้น แบบนี้
 :supergrin:

ออฟไลน์ Ricer

  • *
  • กระทู้: 837
  • Popular Vote : 2
  • PMP (Poor Man's Porsche) เห็นตูดปอร์ชอยู่ไวๆ
ผมเห็นด้วยว่าปัดง่ายกว่ารถเก่งทั่วไปงับ จากประสบการณที่ขับอีผุๆขนของอยู่บ่อยๆ และขับอีโก้บ้าง  ตามความคิดผมนั้นผมรู้สึกว่าอีผุๆคันเก่าเก้บนั้นปัดยากกว่าอีโก้ที่เคยขับ เพราะ
1.  อีผุๆมันเก่าและผุแซงชาวบ้านก้ไม่ค่อยขึ้น
2. เบรกก็ไม่ค่อยดีผมจึงขับเต่ามากๆๆๆ

ก็เลยทำให้ขับไม่เร็ว ออกตัวสุดแรงแล้วก็ยังค่อยๆคลาน เลยไม่ค่อยได้ปัด

ส่วนอีโก้นั้นมันใหม่และแรงดี เลยขับเร็วงับ ก็เลยมีปัดบ่อยๆ
คงเหมือนที่พี่ๆบอกอะครับว่า ต้องรู้จักนิสัยของรถแต่ละคัน อีกเรื่องนึงที่สำคัญก็คือยางรถครับสำคัญมากๆโดยเฉพาะเวลาถนนเปียก เพราะผมเองก็หมุนและชนมาแล้วตอนเข้าโค้งช่วงฝนตกกะยางเก่าๆหมดอายุ  :bawling:   
All boxer engines, regardless of no. of cylinders, provide perfect balance because the movement of a piston is exactly counter by the corresponding piston in another bank...the usage is limited to Porsche and Subaru today.    However, we'll have a Toyobaru soon???

ออฟไลน์ GEMINI_IMPREZA

  • *
  • กระทู้: 762
  • Popular Vote : 9
มีพี่ที่รู้จักกันเค้าใช้รถกระบะอยู้เค้าบอกว่า ยางมีส่วนมากเลยนะครับ เวลาเกิดอาการท้ายปัด

ออฟไลน์ HSV

  • *
  • กระทู้: 428
  • Popular Vote : 0
  • K45
    • อีเมล์
ยางมีผลมากในกรณี การเกาะถนนของรถ

ถ้ายางทั้งเก่าและไม่ได้ ถ่วงล้อ  ถึงแม้เคยผ่านการถ่วงมาแล้ว  แต่ถ้าล้อยังสั่นก็ต้องทำการตรวจเช็คล้อท่านด้วย
เพราะถ้าล้อถ่วงไม่ได้ศูนย์  มันก็จะเกิดแรงหนีศูนย์ซึ่งหมายถึง  ความเกาะถนนจะลดลงอย่างมาก

ถ้าล้อหน้าสั่นจะรู้สึกได้ที่พวงมาลัย   แต่ถ้าล้อหลังสั่น  จะรับรู้ความรู้สึกได้ผ่านสะโพก

(ไม่นับรวมกรณี  ที่เกิดจากช่วงล่างนะครับ)

ในความรู้สึกผมรถกระบะสมัยนี้ถือว่าเกาะถนนพอสมควร  ซึ่งท้านจะต้องรับรู้ลิมิตของมันด้วยตัวท่านเอง  และย่อมหมายถึงความไม่ประมาท

สำหรับยางเท่าที่ผมใช้มาตอนนี้  สำหรับกระบะ รู้สึกชอบ michelin  LTX2`เป็นพิเศษ  ผ่าน้ำแอ่งน้ำ ได้ดีมาก  ค่อนข้างเงียบด้วย
torqe is what makes the car accelerate,horse power maintains that.